ส.ว.เสียงเอกฉันท์ โหวต ‘นพดล เภรีฤกษ์’ นั่ง เลขาฯกฤษฎีกา หลัง ‘นันทนา’ อภิปรายแซะทุกเม็ด ลั่น ทำไมต้อง “ลับ ลวง พราง” ชี้ 138 ส.ว. ติดคดีฮั้ว ไม่ควรลงมติ บอกถ้าสะเทือนใจ ส.ว.หลายคนก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้ ขณะที่ ‘บิ๊กเกรียง’ ปราม ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่ต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย ต้องอภิปรายคุณสมบัติคนถูกเลือก เจ้าตัวเถียงอีก ไม่ได้อภิปรายดินฟ้าอากาศ พูดเสร็จออกจากห้องทันที
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาบุคคลผู้มีความเหมาะสมเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติความประพฤติ พฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ในดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จำนวน 1 คน คือ นายนพดล เภรีฤกษ์ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนการแถลงรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ รวมทั้งการอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ เป็นการประชุมลับ
ทั้งนี้ก่อนการประชุมลับ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว.อิสระ ลุกขึ้นขออภิปรายแบบเปิดเผยว่า การประชุมลั เป็นการปิดประตูตีแมว ประชาชนไม่ทราบคุณสมบัติ หรือลักษณต้องห้ามของผู้ที่จะมาเป็นเลขาธิการกฤษฎีกา เป็นการยกย่องกันเอง ตามที่ ส.ว.ส่วนใหญ่อยากให้เป็น อยากให้คนไหนได้ ก็ยกย่องกันไป ประชาชนเห็นต่างอย่างไรก็ไม่นำพา ส.ว.ส่วนใหญ่ก็พากันลงมติ ไม่ให้เปิดเผย รายงานการประชุมเรื่องเหล่านี้ อย่างนี้จะเรียกว่า “ลับ ลวง พราง” หรือไม่ คนที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญ ในการชี้เป็น ชี้ตายของประเทศ สมควรแล้วหรือที่ ส.ว.จะทำเป็น ลับๆ ล่อๆ รู้กันแค่ 200 คน หรือจะว่าไปแล้ว รู้กันแค่ 138 คนเท่านั้น
น.ส.นันทนากล่าวว่า หลักการสำคัญของการลงมติ เลือกกรรมการองค์กรอิสระ ต้องโปร่งใส เป็นอิสระ ยุติธรรม เป็นประชาธิปไตย ไม่เอื้อพวกพ้อง ส.ว.ส่วนใหญ่ ใช้หลักเกณฑ์นี้ในการเลือกหรือไม่ ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะเปิดเผยข้อมูล การเลือกองค์กรอิสระให้โปร่งใส ประชาชนเข้าถึงได้ เพราะ ส.ว.ชุดนี้ไม่ได้มาจากการเลือกของประชน ย่อมขาดความชอบธรรมในการดำเนินการเรื่องใหญ่ๆ ที่ส่งผลต่อประเทศอย่างกว้างขวาง ดังนั้นการทำให้กระบวนการเลือกองค์กรอิสระ โปร่งใส ตรงไปตรงมา จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เริ่มตั้งแต่วันนี้ ก็ยังไม่สาย และอีกประการคือเรื่องประโยชน์ทับซ้อน เป็นเรื่องที่ประชาชนจับตาทั้งประเทศ เช่น เมื่อเร็วๆ นี้มีการการเปิดแพร่คลิปเก็บโพย ฮั้วเลือก ส.ว.
ทันทีที่ น.ส.นันทนาอภิปรายถึงประเด็นฮั้วเลือก ส.ว. ทำให้ พล.อ.เกรียงไกรต้องรีบตัดบท พร้อมขอให้ น.ส.นันทนาอภิปรายให้อยู่ในประเด็น เพราะกำลังพิจารณารายงานเรื่องคุณสมบัติผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
น.ส.นันทนายืนยันว่า อภิปรายในประเด็น เพราะเป็นการพูดถึงผู้ที่จะทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระ และเลขาฯ กฤษฎีกา ยืนยันว่าตนพุ่งประเด็นไปที่คุณสมบัติของผู้เลือก ก็คือ ส.ว. 200 คน เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการเลือก
แม้ว่า พล.อ.เกรียงไกรจะพยายามย้ำว่า ต้องอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเลือกแล้วก็ตาม แต่ น.ส.นันทนายังยืนยันว่า ตนไม่ผิดข้อบังคับการประชุม “ดิฉันไม่ได้อภิปรายไปเรื่องดินฟ้าอากาศ ดิฉันกำลังพูดเรื่องการเลือก ไม่ได้ออกนอกข้อบังคับ แต่อย่างใด”
นางนันทนาอภิปรายย้อนไปถึงวันเลือก ส.ว. จนกระทั่งมีคดีฮั้วเลือก ส.ว.อื้อฉาวเกิดขึ้น แม้ประธานจะย้ำว่า เรื่องคดีฮั้วเลือก ส.ว.ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ น.ส.นันทนาก็ยังไม่หยุด พร้อมระบุว่า “ถ้าสะเทือนใจ ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้”
ทำให้ พล.อ.เกรียงไกรตอบโต้ทันทีว่า “ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่มันต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย” น.ส.นันทนาจึงย้ำว่า ตนคำนึงถึงมารยาท และกำลังคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน กำลังให้ความกระจ่างว่าการเลือกองค์กรอิสระที่ผ่านมา “มันเงียบๆ มันลับๆ ล่อๆ ประชาชนไม่รู้อะไรเลย”
จากนั้นมี ส.ว.ลุกขึ้นประท้วง ทำให้ น.ส.นันทนากล่าวว่า “ดิฉันจะขอข้ามเรื่องการฮั้วเลือก ส.ว.ไป เพราะมี ส.ว.หลายคนสะเทือนใจ” และหากคนที่ทำหน้าที่เลือก ยังมีข้อกล่าวหา ก็จะเป็นที่ครหา นินทา ประชาชนก็จะรู้สึกว่า การเลือกครั้งนี้เป็นประโยชน์ทับซ้อน ต่างตอบแทนหรือไม่
“ดิฉันไม่อาจกล่าวได้ว่า ตุลาการทั้ง 9 ที่กำลังจะเลือก และเลขาฯกฤษฎีกา ขาดคุณสมบัติข้อใด แต่ทันทีที่ท่านได้รับการเลือกจาก ส.ว.เสียงข้างมาก ท่านก็จะมัวหมองทันที เพราะสังคมจะมองว่า ท่านได้รับอำนาจจากผู้ที่มีประโยชน์ทับซ้อน จากการเลือกท่าน ส่วนท่านที่ไม่ได้รับเลือกก็จะเสียโอกาส เพียงเพราะไม่เป็นที่พึงพอใจของคนกลุ่มนี้” น.ส.นันทนากล่าว
น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า ประชาชนกำลังติดตามคดีฮั้วเลือก ส.ว.อย่างใกล้ชิด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังดำเนินการตรวจสอบสำนวนอย่างเร่งรีบ ในฐานะ ส.ว. 138 เสียง ที่อยู่ในสำนวน ควรมีสำนึก และยุติการเลือกองค์กรอิสระ ทั้งหมด รอจนกว่าศาลยุติธรรมจะตัดสินคดีจนถึงที่สุดก่อน เมื่อพิสูจน์ว่าทุกคนบริสุทธิ์แล้วก็ค่อยกลับมาเลือกกันใหม่ “หยุดทำลายเกียรติภูมิแห่งวุฒิสภาด้วยการชะลอการเห็นชอบองค์กรอิสระทั้งปวงตั้งแต่วันนี้”
เมื่ออภิปรายจบ น.ส.นันทนาก็เดินออกจากห้องประชุมไปทันที โดยที่ไม่รอฟังคำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการ
ทั้งนี้ น.ส.อัจฉราพรรณ หอมรส ส.ว.ในฐานะกรรมาธิการ ลุกขึ้นกล่าวว่า ผู้อภิปรายก่อนหน้าไม่รอฟังชี้แจงเลย จากนั้นชี้แจงถึงการเลือกเลขาฯกฤษฎีกาว่า เป็นไปตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ส่วนสาระสำคัญในรายงานการตรวจสอบคุณสมบัติ ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ก็เพราะว่าข้อมูลบางส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องเป็นการรายงานแบบลับ ซึ่งกรรมาธิการก็ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด
จากนั้นเป็นการรับทราบรายงานลับ พร้อมกับลงมติ โดยที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 147 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง 22 คะแนน ดังนั้นผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า นายนพดลได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงข้างมาก จึงถือเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา


