สว.พิสิษฐ์ ยกศาลอาญา การันตี พกโพยเลือกส.ว.ไม่ผิด ชี้ถ้ามีพิรุธกกต.ไม่ปล่อยไว้ 2 ปี
เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 16 มิถุนาย ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.พร้อมด้วยพล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. แถลงตอบโต้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่มีการนำคลิปการเลือกตั้งสว.ออกมากล่าวหาว่ามีการฮั้วสว. ว่า สิ่งที่นายพริษฐ์กล่าวอ้างนั้นต้องถามกลับว่านายพริษฐ์ทราบหรือไม่ว่าโพยนั้น ศาลคดีอาญาทุริตประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาไว้แล้วว่าการนำโพยหรือเอกสารที่เป็นสว.3 ใดๆเข้าไปในวันเลือกตั้งไม่เป็นความผิด ซึ่งตรงนี้เป็นหัวใจหลัก
ส่วนคลิปที่นายพริษฐ์เปิดเผยมานั้น ขอถามว่าได้มาอย่างไร ได้มาได้อย่างไร ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และถ้าคลิปนี้อยูในสำนวน การที่นายพริษฐ์เอาออกมาจากสำนวนศาลหรือสำนวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับอนุญาตจากใคร และนายพริษฐ์ใช้อำนาจใดหรือกฎหมายใดในการนำคลิปออกมา
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนเสียงในคลิปที่นายพริษฐ์อ้างว่ามีโพย มีการทุจริต ขอถามว่ามีประโยคใดที่ทำให้การเลือกตั้งทุจริตบ้าง และภาพหรือแบ็คกราวด์ต่างๆที่มีการเดินของคนในวันเลือกตั้ง มีการกระทำความผิดเรื่องการเลือกตั้งหรือไม่
“นี่คือสิ่งที่ท่านพริษฐ์ต้องการสื่ออะไรหรือสื่อของท่านคือเพื่อให้เกิดระบอบส้ม เกิดคอนเทนต์ เน้นยอดไลก์ยอดแชร์ แต่ไม่เน้นข้อเท็จจริงใดๆ สื่อให้สังคมเข้าใจอะไรผิดๆ นี่คือสิ่งที่ผมไม่สามารถยอมรับได้”นายพิสิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินการอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถไปดำเนินการตามกฎหมายใดๆได้ เพราะคลิปก็มาด้วยไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว และต้องไปถามกกต.ว่าได้อนุญาตให้ปล่อยคลิปมาหรือไม่ และการปล่อยคลิปนั้นใช้อำนาจอะไร ซึ่งตนไม่อาจก้าวล่วงได้ แต่ที่ต้องมาอธิบายเพราะกังวลว่าจะเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าโพยผิดกฎหมาย แต่ความจริงแล้วโพยต่างๆ ศาลฯวินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นความผิด
เมื่อถามว่า ในวันเลือกตั้งได้เห็นลักษณะของการจดโพยอะไรหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีความผิดปกติ เพราะสามารถถือเอกสารสว.3 เท่านั้น แต่สามารถจดอะไรลงไปในสว.3 ได้ไม่เป็นความผิด ซึ่งตนก็อาจจะมีการติ๊กเบอร์บางเบอร์ ที่ตนสนใจจะเลือกเท่านั้นเอง
ต่อข้อถามว่า ล่าสุดมีคลิปเปิดเผยว่าคนที่ยื่นโพยให้กับกกต.คือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำให้มีข้อสังเกตว่านายมงคลอาจมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า จากที่เห็นคลิปล่าสุดที่นายพริษฐ์อ้างนั้นว่าเป็นนายมงคลแล้วมีการยื่นเอกสาร หากถามตนเอาตรงๆว่าไม่รู้ว่าเอกสารที่ท่านนั้นเป็นเอกสารอะไร อาจต้องให้นายพริษฐ์ไปถามนายมงคลเองว่าเอกสารดังกล่าวคืออะไร
เมื่อถามย้ำว่า เมื่อเป็นเช่นนี้นายมงคลต้องมีการแสดงจุดยืนหรือความบริสุทธิ์ใจอย่างไร เพราะมีตำแหน่งถึงประมุขของวุฒิสภา นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ว่านายมงคลจะต้องหรือไม่ตอบเรื่องนี้ แต่ถ้ามีการกระทำผิดจริง ตนเชื่อว่ากกต.จะต้องดำเนินการไปตั้งแต่วันทีเลือกแล้ว คงไม่ปล่อยมาถึง 2 ปีขนาดนี้ ถ้าเหตุการณ์ในวันนั้น สิ่งที่นายมงคลทำมีความผิด ตนเชื่อในกกต. ว่าคงไม่ปล่อยให้ความผิดนี้สำเร็จแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย
เมื่อถามย้ำอีกว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ากกต.อาจจะช่วยในเรื่องนี้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ ร้องโอ้ว ก่อนกล่าวว่า กกต. ออกมาช่วยด้วยหรือไม่ ตนคงตอบไม่ได้ เพราะตนคงไม่อาจจะมีอำนาจไปก้าวล่วงได้ และมีเหตุผลอะไรที่กกต.จะต้องมาช่วย เขารู้จักใครในสว. 200 คนหรือไม่
เมื่อถามอีกว่า มีสว.เรียกร้องให้นายมงคลต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก นายพิสิษฐ์ ร้องอีกว่าโอ้ว ก่อนกล่าวว่า อย่างที่ตนบอก ถ้าผิดตนเชื่อว่ากกต.คงไม่ยอม และคงไม่ปล่อยให้มีการรับรอง อย่าลืมว่าสว.ทั้ง 200 คน รับรองมาโดยกกต.ถ้าแค่คิดตรงนั้น แล้วมีการยื่นเอกสารแล้วบอกว่าผิด ถ้าผิดทำไมกกต.รับรอง ก็ต้องไปถามกกต.
“เราถามอย่างตรงไปตรงมา เอาข้อกฎหมายเป็นหลัก จะให้ท่านแสดงสปิริตอะไรผมตอบไม่ได้ ต้องไปถามท่าน”นายพิสิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะกระทบกับความเชื่อมั่นของวุฒิสภามากขึ้นหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าว่า เรื่องความเชื่อมั่นคงไม่สามารถห้ามใครได้ว่าจะเชื่อมั่นหรือไม่เชื่อมั่นเรา แต่ตนถามว่าสว.ทั้ง 200 คน มาโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาของสมาชิกวุฒิสภาและกกต. ผ่านมาทุกอย่าง ถูกต้องทุกประการ
เครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ที่เป็นการดิสเครดิต แต่ตนไม่ทราบว่านายพริษฐ์อยู่ในฐานะของอะไร เกี่ยวกับผู้ได้เสียหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสว. และนายพริษฐ์อยู่ในฐานะพรรคการเมืองด้วยซ้ำ แต่ที่มาก้าวก่ายเรื่องนี้อาจใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการโจมตีทางการเมืองก็เป็นไปได้
ด้านพล.ต.ต.สุนทร กล่าวว่าที่ออกมาเปิดเผยไม่ใช่ต้องการว่าหากเราผิด คนอื่นต้องผิดด้วย เพราะอีกกลุ่มมีโพยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หลังวันเลือกสว.เมื่อปี2567 มีสถานีโทรทัศน์นำโพยไปออกอากาศโดยระบุว่าเป็น กลุ่ม 2-20 ที่บอกว่าให้เลือกใครบ้าง และตนได้ตามต่อจนพบคลิปที่พบว่ามีผู้สมัคร สว.กลุ่มหนึ่งไปประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี และชูมือบอกว่าจะเราจะเข้ามา ทั้งนี้ บุคคลตามภาพนั้นถูกเลือกเข้ามาเป็นสว. ได้เพียง10-20 คน และตนได้ตามต่อพบ สว.สอบตกในกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน มีชื่อในโพยลำดับที่4 ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการเลือกสว.ของกลุ่มเขาเป็นมาอย่างไร
โดยระบุว่าได้ตกลงกันแล้ว แต่เหตุผลที่เข้ามาไม่ได้เพราะมีเหตุขัดข้องกัน ทั้งนี้คลิปทั้งหมดสามารถค้นหาได้ โดยใช้คำค้นว่า เลือกสว.ขั้วประชาธิปไตย ทั้งนี้ตนฐานะเคยเป็นพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ โดยพยานหลักฐานที่ว่ามีโพยนั้นได้มาจากรายการของสื่อมวลชน ไม่ใช่ได้มาจากห้องน้ำ
“ดังนั้นการมีโพยไม่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ห้าม ทั้งนี้สว.เสียงข้างน้อยตอนนี้ วันเลือกตอนนั้นก็มีโพยด้วย แต่ไม่โดนตรวจสอบ ดังนั้นผมขอให้กรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบด้วย เพราะทุกครั้งที่ขยี้เรื่องนี้ มีแต่ฝั่ง 138 สว. ส่วนอีกฝั่งไม่เคยถูกตรวจสอบกระบวนการได้มา ทั้งที่พยานหลักฐานชัด มีการประชุม และคลิปยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ของกลุ่ม บอกว่าพวกเราอย่าช่วยเหลือกันนะ แต่ประเด็นี้ไม่มีใครพูดถึงในสื่อต่างๆ หากอยากจะเอาหลักฐาน ติดต่อผมได้ผมมีคลิปทั้งหมด ทั้งนี้ที่ออกมาพูดเพื่ออยากขอความเป็นธรรมให้สว.กลุ่ม 138 คนและอยากทำให้ความจริงปรากฎ” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมองว่ามีโพยไม่ผิด แต่ทำไมถึงอยากให้กกต.ตรวจสอบ สว.เสียงข้างน้อย พล.ต.ต.สุนทร กล่าวด้วยว่าเพื่อให้ความเป็นธรรม และทำให้ความจริงปรากฎ ทั้งนี้ในกลุ่มดังกล่าวมีการประชุมและได้ตกลงกันซึ่งมีทั้งคลิปและภาพชัดเจน ทั้งนี้มีคำพิพากษาว่าการตกลงแลกคะแนนกันนั้นทำไม่ได้ และผิดกฎหมาย
“ที่ผมพูดไม่ใช่ต้องการบอกว่าหากผมผิด คุณต้องผิด หรือ หากผมเลว คุณต้องเลว ไม่ต้องการแบบนั้น แต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฎถึงกระบวนการเลือกสว.ที่ผ่านมา และต้องให้ความเป็นธรรมกับ สว.ทั้ง2 ฝั่งด้วย เพราะยอมรับว่าการเลือกสว.ระดับประเทศไม่มีใครที่จำใครได้ หรือ จำเบอร์แต่ละคนได้ เพราะเพิ่งรู้จักกันดังนั้น แต่ละคนต้องมีวิธีการของตัวเองเพื่อให้เลือกผู้สมัครที่ต้องการได้โดยไม่ทำให้การลงคะแนนบนบัตรนั้นกลายเป็นบัตรเสีย” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว



