หน้าแรก การเมือง ส.ว.พันธุ์ใหม...

ส.ว.พันธุ์ใหม่ จี้ปธ.มงคลรีบตอบ คนในคลิปส่งโพยฮั้วให้กกต.หรือไม่ แนะเร่งส่งคดีให้ศาลชี้ขาด

16.06.26 | 14:25 น.

‘ส.ว.พันธุ์ใหม่’ จี้ ‘มงคล’ ตอบคำถามสังคมให้ชัด ชายในคลิปส่งโพยเลือก ส.ว.ให้ กกต.ใช่ตัวเองหรือไม่ ดักทาง หากนิ่งเฉยเท่ากับยอมรับ แนะ กกต.เร่งส่งคดีฮั้วให้ศาลฎีกาชี้ขาด ลั่นยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน ที่รัฐสภา ส.ว.พันธ์ุใหม่ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ และนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ แถลงข้อเรียกร้องให้นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาแสดงความชัดเจนกรณีคลิปเลือก ส.ว. ภายหลังนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดคลิปวิดีโอกระบวนการเลือก ส.ว. ซึ่งมีบุคคลคล้ายนายมงคล ส่งโพยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

น.ส.นันทนากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีข้อกังขามาก ในฐานะที่พวกตนเป็นสมาชิกวุฒิสภา คงนิ่งเฉยไม่ได้ และอยากได้ความชัดเจนจากนายมงคลเพื่อจะได้บอกกับประชาชนทั่วไปว่าชายคนที่ส่งโพยให้ กกต.ใช่นายมงคลหรือไม่ ตนไม่เชื่อและคิดว่าไม่ใช่ แต่จะใช่หรือไม่ท่านรู้อยู่แก่ใจ ฉะนั้น หากท่านได้ทำสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ได้ทำ ท่านก็ควรมาตอบคำถามต่อสังคมว่าท่านเป็นชายที่อยู่ในคลิปนั้นหรือไม่ เพื่อที่ประชาชนที่มีข้อกังขาจะได้หายสงสัย หากท่านนิ่งเฉยแปลว่าท่านยอมรับว่าชายคนนั้นเป็นตัวท่านเอง แต่ถ้าไม่ใช่ก็อยากให้ท่านออกมาสื่อสารชี้แจงต่อสังคมว่าท่านได้ทำอะไรในเหตุการณ์การเลือก ส.ว. ที่เมืองทองธานี ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ซึ่งในส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากประธานวุฒิสภาถือเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติและประมุขของวุฒิสภา

น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า เรื่องการฮั้ว ส.ว.เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมจับตาดูอย่างกว้างขวางว่า ขณะนี้ที่การเลือก ส.ว.ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่มี ส.ว.คนไหนได้รับการลงโทษหรือมีความผิด แต่ในกระบวนการที่ กกต.ดำเนินการไปนั้น กลับมีผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ถูกศาลพิจารณาลงโทษว่ามีความผิด ถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี เพียงแค่เขามีแชตไลน์ว่าจะแลกคะแนนกัน นั่นแปลว่าการฮั้วกันเป็นความผิด และยังมีเรื่องการต่อรองแลกคะแนนกันอีกด้วย ทั้งนี้ หากหลักฐานที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เช่น เรื่องโพยฮั้ว เส้นทางการเงิน โทรศัพท์ติดต่อ มีพยานบุคคลและพยานสถานที่ต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นหลักฐานว่าผู้ที่อยู่ในกระบวนการนั้นมีความผิดในข้อหาฮั้ว ส.ว.หรือไม่ ก็ย้ำว่าอยากเรียกร้องให้ประธานวุฒิสภาได้ออกมาตอบคำถามต่อสังคมเพื่อที่จะคลายความสงสัยของพวกเขา

น.ส.นันทนากล่าวด้วยว่า ต้องบอกว่าขณะนี้ภาพลักษณ์ ส.ว.ตกต่ำอย่างสุดๆ เพราะที่มาที่ไม่ชัดเจนและยังไม่ได้รับการตรวจสอบที่ถูกต้อง ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ กกต.เร่งดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. และควรที่จะให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้วินิจฉัยและตัดสินคดีนี้ เพื่อที่จะได้ลบข้อครหาว่า กกต. 4 คน จาก 7 คนมาจากการเลือกของ ส.ว.ชุดนี้ รวมถึง ส.ว.ทั้ง 139 คน ต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งจะเป็นเรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน ย้ำว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ กกต.ควรรีบตรวจสอบสำนวนและส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อที่จะให้เป็นผู้ตัดสินคดีฮั้ว ส.ว. และควรให้เสร็จสิ้นก่อนที่วาระของ ส.ว.ชุดนี้จะสิ้นสุดลงในปี 2572

ด้านนาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อสงสัยที่ตนก็สงสัยเช่นกันว่าคลิปนั้นได้มาอย่างไร แต่คงไม่มีใครใช้ AI ทำ ซึ่งได้สร้างข้อสงสัยต่อประชาชนในวงกว้างว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ประเด็นสำคัญคือการคลี่คลายข้อสงสัยว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปจะยิ่งก่อให้เกิดข้อครหาและความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวควรถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลที่มีอำนาจเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้เกิดการสอบสวนอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส จะช่วยคลายข้อสงสัยของประชาชน สื่อมวลชน และสมาชิกวุฒิสภาเอง ซึ่งหลายคนรู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนและเป็นธรรมอย่างด่วนที่สุด

Advertisement

ขณะที่นายสุนทรกล่าวว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก ส.ว.ถูกพูดถึงมาตั้งแต่วันเลือก ส.ว.ในปี 2567 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังมีข้อกังขาในสังคมจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภาโดยตรง จึงอยากให้ กกต.เร่งตัดสินข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่าเรื่องดังกล่าวถูกหรือผิด ไม่ควรปล่อยให้ค้างคาอยู่เช่นนี้ แต่เนื่องจาก กกต.ชุดนี้มี 4 คนที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน การจะมาตัดสิน ส.ว.เองก็อาจจะดูแปลกๆ ดังนั้น เพื่อให้บริสุทธิ์ หรือดูดีขึ้น กกต.ควรเร่งส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในขั้นต่อไป เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณา ทำให้สังคมได้รู้ข้อเท็จจริงว่าผลเป็นอย่างไร

“อย่าปล่อยให้อึมครึม ยืดเยื้อต่อไป อะไรผิดท่านไม่กล้าบอกว่าผิด อะไรไม่ผิดกลับบอกว่าผิด ถ้าประเทศเราเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เราจะเดินไปถึงจุดไหน จึงอยากจะฝากถึงทุกภาคส่วน รวมถึงสื่อมวลชนให้ช่วยตรวจสอบ และให้สังคมส่งเสียงออกมาว่าสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ เป็นอย่างไร อย่าปล่อยเฉยๆ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยเราจะเดินต่อไปอย่างไร” นายสุนทรกล่าว