‘จุลพันธ์’ ชี้ซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ สะท้อนสังคมห่วงใยแรงงานบังคับ ย้ำไทยขยับขึ้น Tier 2 แล้ว ไม่ปฏิเสธปัญหาหากพบพร้อมตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ซีรีส์ “ทนายปีศาจ” มีการนำเสนอประเด็นแรงงานต่างชาติ การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับในประเทศไทย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่า ภาพดังกล่าวสะท้อนปัญหาการใช้แรงงานภาคบังคับและการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ ว่า การนำเสนอผ่านละครหรือซีรีส์ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนมุมมองทางสังคม แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ปรากฏทั้งหมดจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานยังคงให้ความสำคัญและดำเนินงานอย่างจริงจังในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี เพื่อจัดอันดับในระดับสากล
“ประเทศไทยมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างจริงจัง จนสามารถขยับสถานะจาก Tier 2 Watch List ขึ้นมาอยู่ในระดับ Tier 2 ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่สะท้อนว่าการดำเนินงานของไทยเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในการเดินทางไปร่วมประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงการหารือกับเลขาธิการ ILO และผู้แทนจากหลายประเทศ ได้มีการสื่อสารถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ และการปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถดำเนินการตามมาตรฐานสากลได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะได้รับการประเมินในระดับที่ดีขึ้นในอนาคต แม้รัฐบาลจะไม่สามารถกำหนดได้ว่าการปรับระดับจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะเป็นกระบวนการประเมินจากต่างประเทศ แต่การยกระดับมาตรฐานแรงงานจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศได้
สำหรับประเด็นที่สหรัฐอเมริกาหยิบยกเรื่องแรงงานบังคับมาเชื่อมโยงกับการเจรจาการค้าและมาตรการภาษีนั้น นายจุลพันธ์กล่าวว่า จากการชี้แจงของฝ่ายไทย สหรัฐอเมริกาได้แสดงความพึงพอใจต่อความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับภายในประเทศ และไม่ได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาเป็นข้อกังวลหลักในการหารือแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเด็นที่ยังได้รับความสนใจจากนานาชาติ คือ การนำเข้าสินค้าจากประเทศต้นทางที่อาจมีการใช้แรงงานบังคับในการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแหล่งกำเนิดสินค้า ไม่ใช่การใช้แรงงานบังคับภายในประเทศไทย
“จากการหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีกฎหมายที่สามารถใช้กำกับดูแลการนำเข้าสินค้าอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายใหม่ เพียงแต่ต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ เพื่อให้การนำเข้าสินค้าในอนาคตคำนึงถึงประเด็นแรงงานบังคับในประเทศต้นทางด้วย” นายจุลพันธ์กล่าว และว่า เบื้องต้นจะเป็นกฎหมายนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงพาณิชย์
เมื่อถูกถามถึงภาพที่ปรากฏในซีรีส์ซึ่งสะท้อนว่านายจ้างไทยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์และการนำแรงงานต่างชาติเข้ามาในประเทศ นายจุลพันธ์กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธว่าปัญหาดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่สามารถเหมารวมได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปหรือเกิดขึ้นในทุกกรณี
“ผมไม่ปฏิเสธการมีอยู่ของปัญหา หากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นตรงไหน ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่จำนวนหลายล้านคน จึงอาจมีบางกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิหรือการกระทำผิดกฎหมายได้ แต่ไม่ควรนำเหตุการณ์เฉพาะกรณีมาสรุปภาพรวมของทั้งระบบแรงงานไทย
“การสะท้อนผ่านละครเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสังคมยังให้ความสนใจและมีความห่วงใยต่อประเด็นแรงงานบังคับ กระทรวงแรงงานจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังคงเฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แต่การดำเนินการใดๆ ต้องอาศัยข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ไม่สามารถตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบจากเนื้อหาในละครเพียงอย่างเดียวได้” นายจุลพันธ์กล่าว




