ศาลแขวงดุสิตนัดสอบคำให้การและตรวจพยานคดีนักกิจกรรมและแกนนำพีมูฟอีก 7 คน ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาชุมนุมภายในรัศมี 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล เตรียมนัดสืบพยาน 3 นัดช่วงกลางเดือนก.ย.2569
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องแกนนำพีมูฟและนักกิจกรรมรวม 7 คน คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรวมตัวของเครือข่ายภาคประชาชนที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย และทรัพยากรธรรมชาติ หลังรัฐบาลรับปากจะนำข้อเสนอของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
สำหรับจำเลยในคดีนี้ มีทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ), นายพชร คำชำนาญ, น.ส.กัญญ์วรา หมื่นแก้ว จากมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ, นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ จากเครือข่าย We Fair, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักกิจกรรมทางการเมือง, นายเกรียงไกร ชีช่วง ประธานสภาชนเผ่าพื้นเมือง และนายสมพร หารพรม จากมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย

ภายหลังอัยการยื่นฟ้อง ทนายความฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ใช้หลักประกัน แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง พร้อมกำหนดหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 5,000 บาท ซึ่งจำเลยได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรมเพื่อใช้เป็นหลักประกันในระหว่างต่อสู้คดี
โดยพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ดุสิต ยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันชุมนุมสาธารณะภายในรัศมี 50 เมตรจากทำเนียบรัฐบาล หลังสอบคำให้การและตรวจพยานในวันนี้
ภายหลังจากสอบคำให้การเสร็จสิ้น นายทิตศาสตร์ สุดแสน ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เปิดเผยว่า คดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธอ้างว่า เป็นการชุมนุมโดยใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายโจทก์ได้ยื่น ขอให้ศาลสอบพยานเพิ่มเติม 4 ปาก เป็นตำรวจทั้งหมด ใช้เวลาสอบ 1 นัด ส่วนฝ่ายจำเลย ยื่นขอสอบพยานเพิ่มเติม 11 ปาก แบ่งเป็นพยานแวดล้อม นักวิชาการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ใช้เวลาสืบพยาน 2 นัด รวม 3 นัด โดยสารกำหนดนัดหมายวันสืบพยานฝั่งโจทก์ ในวันที่ 18 กันยายน 2569 และนัดสืบพยานฝั่งจำเลยในวันที่ 24 และ 25 กันยายน 2569 โดยการกำหนดนัดและพิจารณาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วภายใน 3 เดือนเนื่องจากจำเลยที่ 4 คือ นายจตุภัทร์ อยู่ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ


