หน้าแรก การเมือง รองปธ.กมธ.อุต...

รองปธ.กมธ.อุตฯ ชี้พิรุธ เหล็ก 4 หมื่นเส้น หลังซินเคอหยวนไฟไหม้ ถามเคยถูกอายัด ทำไมขายหมดแล้ว

18.06.26 | 12:03 น.

“รอง ปธ.กมธ.อุตฯ”พบ พิรุธการตรวจสอบเหล็ก 40,000 เส้น หลัง “ซินเคอหยวน” ไฟไหม้ ทั้งที่เคยถูกอายัด ปัจจุบันจำหน่ายหมดแล้ว จี้ “สมอ.”ตามเหล็กทั้งหมดมาตรวจสอบ ขู่ หากเปิดโรงงานรอบใหม่โดยมิชอบ ดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน ไม่ว่าจะอยู่ในราชการหรือเกษียณไปแล้ว

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายกฤช ศิลปชัย ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัทซิน เคอ หยวน กลับมาเปิดอีกครั้งว่า จากที่ประธานกมธ.อุตสาหกรรม แถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นการแถลงแบบกลางๆ แต่ตนในฐานะรองประธานกมธ.เห็นว่า การชี้แจงของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตามข้อกฎหมายก็สามารถเปิดได้จริงๆ แต่ตนคิดว่าการอนุญาตให้เปิดทำให้เกิดข้อสงสัย และมีความไม่ชัดเจนหลายประการ โดยกรมโรงงานชี้แจงว่ากรณีมีคำสั่งให้ปรับปรุงการควบคุมคุณภาพเหล็กจาก กระบวนการผลิตทางบริษัทซิน เคอ หยวน ได้มีการส่งกระบวนการผลิตที่เป็นไปตาม EIA มาให้กรมโรงงาน กรมโรงงานก็พิจารณาว่าถูกต้อง ซึ่งได้สอบถามไปยังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แล้ว ทางสมอ.ยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จึงถือว่าการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิตนั้นผ่าน

นายกฤช กล่าวต่อว่า ตนมีข้อสงสัยว่า กระบวนการผลิตที่ทางโรงงานชี้แจง เป็นกระบวนการเดิม ที่ผลิตเหล็กออกมาแล้วมีปัญหา แต่อย่าใช้ข้อนี้อ้างว่ากระบวนการผลิตถูกต้องแล้ว จึงอยากสอบถามว่าคำสั่งที่ทางกรมโรงงานให้โรงงานปรับปรุงกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นเตาปรุงน้ำเหล็ก ซึ่งไม่ได้มีการปรับปรุงเพราะทุกวันนี้ไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก แต่ทางโรงงานให้เหตุผลว่าใช้วิธีการเติมสารบางอย่างเข้าไปในเตาหลอมเหล็ก อย่างไรก็ตามเราไม่เห็นความคืบหน้าที่จะปรับปรุงโรงงานดังกล่าวในอนาคต

นายกฤช กล่าวต่อว่า จากกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานซิน เคอ หยวน ทางสมอ. ได้ไปตรวจสอบเหล็กพบว่าไม่ผ่านคุณภาพ ต่อมามีการแบ่งเหล็กเป็นล็อตๆ ซึ่งตนได้ข้อมูลจากหัวหน้าคณะที่ทำการตรวจสอบ คือหัวหน้าคณะสุดซอยชี้แจงว่า ตอนนั้นไม่ได้มีการอายัดเหล็กไว้ สงสัยว่าใครไปแบงค์ล็อตเหล็กออกมา ซึ่งในช่วงที่มีการยึดเหล็กไป 40,000 กว่าเส้น ซึ่งมีการแบ่งรัฐในการ ส่งตรวจในช่วงเดือนกันยายนปี 2568 และมีการถอนอายัดเหล็กช่วงกันยายนปี 2568 เช่นกัน สิ่งที่มีข้อสงสัยคือช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล มาเป็นรัฐบาลอนุทิน 1 และเลขาสมอ.ก็เกษียณในปีนั้นด้วย จึงสงสัยว่าสิ่งที่ทำเป็นการทิ้งทวนอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะไม่มีการชี้แจงอะไรออกมาเลย และเหล็ก 40,000 เส้นนั้นได้มีการจำหน่ายออกไปแล้ว ซึ่งสมอ.จะต้องไปตามต่อว่าเหล็ก 40,000 เส้นนั้นไปไหน และมีคุณภาพจริงหรือไม่

นายกฤช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้สมอ.ไม่ได้มีการชี้แจงเรื่อง คุณภาพเหล็กจากตึก สตง.ที่ถล่ม ที่ไม่ผ่านคุณภาพ จึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และตัวอย่างเหล็กที่ทางกรมโรงงานไปตรวจทางสมอ.ก็ยอมรับ ว่าเป็นเหล็กที่จัดเตรียมไว้ให้ตรวจ ซึ่งเป็นธรรมดาที่โรงงานจะต้องนำเหล็กที่มีคุณภาพส่งให้ตรวจอยู่แล้ว และที่สำคัญไม่มีการส่งตรวจที่สำนักงานเหล็กกล้า เลยส่งไปตรวจที่สถาบันไทย-เยอรมัน กับสถาบันยานยนต์ ซึ่งเป็นสถาบันที่ทางบริษัทขอมา รวมถึงเรื่องฝุ่นแดงที่มีการโยกย้ายอุตสาหกรรมจังหวัด ก็เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลด้วย

“ดังนั้นการกลับมาเปิดโรงงานใหม่ครั้งนี้ หากเจอใครที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ถ้าหลักฐานถึง ไม่ว่าจะยังอยู่ในราชการหรือเกษียณไปแล้ว ผมจะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมแน่นอน ถ้าพบว่ามีความไม่ชอบมาพากล”นายกฤช กล่าว

Advertisement

เมื่อถามถามว่า จากการถามกระทู้สดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยรมว.อุตสาหกรรม ระบุว่าจะเชิญไปรวมตรวจโรงงานด้วย มีการประสานมาหรือยัง นายกฤชกล่าวว่า ยังไม่มีการประสานมาเลย ไม่ทราว่า ไปเตรียมข้าราชการหรือโรงงานก่อนหรือไม่ เพราะตนไปตรวจไม่เห็นต้องเตรียมอะไร แค่เรียกข้าราชการก็มาแล้ว