หน้าแรก การเมือง กรณ์ รับสอบ ด...

กรณ์ รับสอบ ดีลซื้อน้ำมัน คลังเพชรบุรี 9,000 ล้าน มีพิรุธ ชี้เป้า ไปดูชื่อผู้บริหาร จะรู้ทันที

18.06.26 | 12:36 น.

กรณ์ รับสอบดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้านเหตุราคาสูงเกินจริง ชี้กระบวนการบ.เอเชียลิ้งค์ฯ พิรุธ ซื้อในราคาที่แพงมาก เตรียมนำผู้ร้องแจงวันนี้ เผย สัปดาห์นี้ลุ้นดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบเส้นทางการเงินผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากกลุ่มเครือข่ายผู้ถือหุ้นรายย่อย บมจ.บางจาก เพื่อติดตามผลการสอบสวน กรณีซื้อขายโครงการคลังน้ำมัน โยงเครือข่ายทุนเทา

โดย นายดิษเดช หิรัญจิรคุณ ผู้ประสานงานผู้ถือหุ้นรายย่อย BCP และผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องประโยชน์ผู้ถือหุ้นรายย่อยในตลาดทุนไทย กล่าวว่า เครือข่ายปกป้องผู้ถือหุ้นรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์ ค่อนข้างมีความกังวล เพราะที่ผ่านมามีกระแสเรื่องทุนเทาเข้ามาเป็นจำนวนมาก ผู้ถือหุ้นและประชาชนก็มีความกังวล จึงมายื่นหนังสือให้กับทางพรรคประชาธิปัตย์

โดยข้อมูลที่เตรียมมาในวันนี้เครือข่ายได้รับผลกระทบและเสียหาย จึงอยากให้ตรวจสอบการดำเนินการการจัดซื้อคลังน้ำมันจังหวัดเพชรบุรี เป็นบริษัทลูกของบางจาก อาจเป็นการซื้อขายที่มีราคาแพงเกินจริง เพราะเมื่อปี 2553 ได้มีผู้เสนอขายต่อบริษัทลูกของบริษัทบางจาก ในราคาเพียง 3 พันล้านบาท แต่เนื่องจากไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนจึงไม่ได้มีการซื้อขาย ต่อมาในปี 2555 บริษัทดังกล่าวได้มีการซื้อขายคลังน้ำมันดังกล่าวในราคา 9 พันล้านบาท และภายหลังการซื้อขาย 3 เดือน มูลค่าทางบัญชีของคลังน้ำมันดังกล่าวเหลือเพียง 6,550 ล้านบาท จึงทำให้เกิดข้อสงสัยและเกิดคลางแคลงใจของประชาชน เป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริงหรือไม่

และมีผู้ถือหุ้นหลายรายเกิดความสงสัยต่อการดำเนินการเพื่อซื้อขายอาจมีการจัดทำหรือร่วมกันจัดทำในลักษณะสมคบกัน เพื่อตั้งมูลค่าทรัพย์สินที่จะซื้อขายให้มีมูลค่าสูงเกินจริง เพื่อให้ผู้ใดผู้หนึ่งได้รับประโยชน์ในการซื้อขาย

Advertisement

นายดิษเดชกล่าวว่า ข้อเท็จจริงในการซื้อขายคลังน้ำมัน 9 พันล้านบาท เป็นการซื้อขายโดยผู้ใด มีผู้ใดเป็นผู้เสนอ เข้าสู่การพิจารณาเพื่อให้เกิดการซื้อขาย ขั้นตอนการพิจารณาราคาก่อนอนุมัติซื้อขาย มติการอนุมัติให้ซื้อขาย ขั้นตอนการซื้อขาย สัญญาการซื้อขาย การชำระราคาธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายนี้ รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินในการซื้อขายว่ามีเส้นเงินไปถึงผู้ใด และให้ตรวจสอบว่าทรัพย์สินหลังจากซื้อขายแล้ว กลับมีมูลค่าทางบัญชีลดเหลือเพียง 6,550 ล้านบาท โดยมีส่วนต่างจากราคาซื้อขายจำนวน 2,450 ล้านบาท อาจเป็นการซื้อขายทรัพย์สินที่แพงเกินจริงหรือไม่

นายดิษเดชกล่าวอีกว่า ให้ศึกษาตรวจสอบกรณีทุนข้ามชาติทุกกลุ่ม ที่ได้อาศัยกลไกการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเข้าซื้อหุ้นว่าเป็นการนำเงินที่ชอบด้วยกฎหมายมาลงทุนหรือไม่ และอยากให้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ชักนำกลุ่มทุนดังกล่าวเข้ามา เกี่ยวข้องกับผู้บริหารบางจากคนใดหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือพบว่าผู้ใดมีการกระทำความผิด ต้องส่งเรื่องดำเนินการทางกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้น และไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดทุนไทย

ด้านนายกรณ์กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนความเดือดร้อนของผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมาก ที่ถือหุ้นอยู่ในบริษัทบางจากจำกัดมหาชน ส่วนการเข้าไปซื้อกิจการคลังน้ำมันเพชรบุรี โดยบริษัทลูกของบางจาก หรือบริษัทเอเชียลิ้งค์เทอร์มินอล มีการกล่าวขานกันมาหลายครั้งในรัฐสภา เพราะมีข้อพิรุธและตัวละครที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ที่ทำให้สังคมมีสิทธิ์สงสัย ซึ่งเป็นพฤติกรรมซื้อ-ขายในตลาดทุนนอกจากทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสียหาย ยังมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์บรรยากาศการลงทุนโดยรวม โดยเฉพาะเกิดขึ้นในบริษัทที่มียุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ คือ บริษัทโรงกลั่นน้ำมันบางจาก

“เรื่องนี้เนื่องจากมีความสำคัญระดับประเทศ และเป็นเรื่องที่ไม่อยากมีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวโยง หลังจากแถลงข่าว จะพาคณะเครือข่ายปกป้องประโยชน์ผู้ถือหุ้นรายย่อยประเทศไทยไปนำเสนอคำร้องให้กับนายจุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการการเงินการคลัง และวันนี้ในการประชุมกรรมาธิการมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมด้วยจะนำเสนอโดยเร็วเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมทันที” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า ผู้ร้องยื่นร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ​ (ดีเอสไอ) ปปง. ก.ล.ต. ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ทางดีเอสไอจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะรับเรื่องเป็นคดีพิเศษ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าการเข้าซื้อกิจการคลังน้ำมันเพชรบุรี โดยบริษัทลูกของบางจาก มีประเด็นมากมายที่มีพิรุธ และบางจากแถลงหลายครั้งว่าเป็นบริษัทที่ต้องการต่อสู้ทุนเทา แต่ขณะนี้กลับมีทุนเทาถือหุ้นอยู่

นายกรณ์กล่าวว่า ไทม์ไลน์การซื้อบริษัทลูกของบางจากที่มีการลงมติของคณะกรรมการในวันที่ 15 พ.ย.2565 แต่บริษัทที่จะไปซื้อหรือเอเชียลิ้งค์ มีการจดทะเบียนหนึ่งเดือนหลังจากนั้น คือวันที่ 16 ธ.ค.2565 หมายถึงการลงมติเพื่อซื้อหุ้นบริษัทก่อนที่จะมีการจดจัดตั้งบริษัท สะท้อนให้เห็นว่ามีความไม่ปกติ และที่จะเข้าไปซื้อบริษัทที่เพชรบุรียังไม่มีข้อมูลถึงผลกำไรขาดทุนบริษัทเป้าหมายที่จะซื้อ หรือไม่มีข้อมูลทางการเงินใดให้คณะกรรมการที่จะพิจารณาตัดสินใจ แต่มีมติที่จะเข้าไปซื้อในราคาแพงมาก 9,000 ล้านบาท

“จากการสืบสวนเพิ่มเติมของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องนี้ พบว่าในกระบวนการตัดสินใจการเข้าไปซื้อ มีความไม่ชอบมาพากลเยอะ ที่ควรได้รับการสืบสวนโดยเร็วโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า ที่บริษัทบางจากมีหุ้นบางส่วนถูกยึดอายัดไปแล้ว โดย ปปง.ดำเนินการ ด้วยเหตุเกี่ยวโยงกับการฟอกเงินข้ามชาติของ นายเบน สมิธ ส่วนบริษัทลูกที่ใช้ในการซื้อคลังน้ำมันจังหวัดเพชรบุรี มีหุ้นบางส่วนที่ถูกยึดอายัดไปแล้วเช่นกัน โดยมีการซื้อขายคลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรีในราคาที่สูงเกินจริงผ่าน “เสี่ยตือ” ซึ่งหากไปดูคณะกรรมการ บริษัทที่ดำเนินการซื้อขายกิจการคลังน้ำมันที่เพชรบุรีที่นั่งอยู่ก็จะถึงบางอ้อ ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ทำตามหน้าที่ที่จะขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบให้ถึงแก่นของปัญหา หากดีเอสไอ และ ปปง. รับเรื่องก็จะสามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ และจะทำให้เห็นว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง