หน้าแรก การเมือง ครม.ไฟเขียว ข...

ครม.ไฟเขียว ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ AFTA ถึงสิ้น ส.ค.นี้

18.06.26 | 16:03 น.

ครม.ไฟเขียว ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ AFTA ถึง 31 ส.ค. 69 สกัดวิกฤตขาดแคลนวัตถุดิบ

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบการขยายระยะเวลานำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ปี 2569 สำหรับผู้นำเข้าทั่วไป จากเดิมระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569 เป็นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 สิงหาคม 2569 ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือ นบขพ. เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า เดิมคณะรัฐมนตรีเคยเห็นชอบให้กำหนดช่วงเวลานำเข้าถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ซึ่งปกติจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงของฤดูกาลผลิตปี 2569 พบว่าผลผลิตจำนวนมากจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม ประมาณ 4.04 ล้านตัน หรือร้อยละ 90.19 ของผลผลิตทั้งประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องปรับระยะเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ประเทศไทยมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ จึงต้องนำเข้าภายใต้ AFTA เฉลี่ยประมาณ 1.57 ล้านตันต่อปี ขณะที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2569 มีการนำเข้าเพียง 0.42 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.83 ล้านตัน หรือลดลงร้อยละ 49 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องไม่มีการเผาในกระบวนการผลิต เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การขยายเวลานำเข้าถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ลดแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบ ลดผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งช่วยรักษาเสถียรภาพภาคปศุสัตว์และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า หลัง ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะดำเนินการออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยรัฐบาลจะดูแลให้การนำเข้าเป็นไปอย่างสมดุล ระหว่างการรักษาเสถียรภาพวัตถุดิบอาหารสัตว์กับการคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศอย่างเหมาะสม

Advertisement