หน้าแรก การเมือง ครม.ไฟเขียว 2...

ครม.ไฟเขียว 2.15 พันล้าน ลุยระบบไฟ ตาก-มุกดาหาร รัฐบาลรุกคืบ เชื่อมโครงข่ายอาเซียน

18.06.26 | 16:00 น.

ครม.อนุมัติงบ 2.15 พันล้าน เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าชายแดน จ.ตาก-มุกดาหาร รองรับการลงทุน-เชื่อมโครงข่ายอาเซียน

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 ภายในวงเงินลงทุน 2,150 ล้านบาท เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การลงทุนใหม่ และการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 4 ปี คาดว่าแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2572 แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ 96 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์ในประเทศพร้อมก่อสร้าง 2,054 ล้านบาท

สำหรับพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จะมีการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ เส้นทางตาก 2 – แม่สอด จำนวน 2 วงจร ระยะทางประมาณ 81.90 กิโลเมตร พร้อมขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงตาก 2 และแม่สอด เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้า ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และเตรียมรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ส่วนพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จะมีการตัดสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 กิโลโวลต์ ธาตุพนม–มุกดาหาร ลงที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงมุกดาหาร 2 พร้อมขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงและปรับปรุงระบบควบคุมป้องกันที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แม่สอดและมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน

Advertisement

นางสาวลลิดา กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อเสนอแนะให้ กฟผ. ดำเนินโครงการด้วยความรอบคอบ เปิดกว้างให้มีการแข่งขันในการจัดซื้อจัดจ้าง บริหารความเสี่ยงด้านการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโครงการ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามรายงาน EIA และ IEE อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่แนวระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม

นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้เพียงพอ มั่นคง และทันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โครงการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน รองรับพลังงานหมุนเวียน เพิ่มศักยภาพพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และสนับสนุนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน

//////