พลพีร์-วรศิษฎ์ เดินหน้าจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต พร้อมเปิดคลินิกแก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรม-สถานบริการ” ย้ำขีดเส้น 15 วันนำผู้ประกอบการกว่า 4,000 แห่งเข้าระบบถูกต้อง เร่งปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องบริบทธุรกิจ
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานคลินิกให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาการขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมและตั้งสถานบริการ โดยมีนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ ปค. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ จากนั้นคณะได้ตรวจเยี่ยมศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และตั้งสถานบริการที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จ.ภูเก็ต
นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนและคณะได้เดินทางมาด้วยความปรารถนาดี ในการเข้ามารับฟังเรื่องร้องเรียน และติดตามการดำเนินงานด้วยตนเอง จากการที่อยากทำให้ทุกท่านได้เข้ามาอยู่ในระบบ ตอนนี้มันมีเส้นบาง ๆ ระหว่างกฎหมายมาก่อนประกอบธุรกิจ หรือธุรกิจมาก่อนการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทำให้บางกรณีทางผู้ประกอบการอาจจะตกหล่นหรือไม่ได้รับทราบข้อมูล และไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย

กระทรวงมหาดไทยได้รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นเกี่ยวกับปัญหาที่ทุกท่านได้พบเจอ แต่สิ่งที่อยากจะขอความร่วมมือ คือหากทุกท่านได้พบเจอปัญหา หรือติดข้อจำกัดในการขออนุญาต กรุณาแจ้งทุกปัญหาที่ท่านพบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของข้อกฎหมายที่กดทับท่านให้ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างเต็มที่ หรือติดข้อจำกัดด้านใดก็ตาม พวกเราพร้อมที่จะอำนวยความสะดวก และสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ ในเรื่องบริบทของข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย ทางตนและคณะจะได้เร่งผลักดันเพื่อแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจโรงแรม และสถานบริการให้สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน เพราะธุรกิจโลกปัจจุบันไปไวกว่ากฎหมายอยู่แล้ว เราจึงต้องมีหน้าที่ในการปรับเปลี่ยนกฎหมายให้เป็นไปตามธุรกิจมากที่สุด

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เราเปิดโอกาสให้ทางผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม และสถานบริการในจังหวัดภูเก็ตที่ยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตกว่า 4,000 แห่ง ได้ยื่นความประสงค์ภายใน 15 วัน (ระหว่างวันที่ 18 มิ.ย.- 2 ก.ค.) เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญ เพราะภาครัฐเรามีความปรารถนาดี อยากให้ทุกท่านเข้ามาอยู่ในระบบอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีบุคคลผู้ไม่หวังดีเข้ามากลั่นแกล้ง เรียกรับผลประโยชน์หรือทำให้เกิดเรื่องเสื่อมเสียตามหลัง

โดยในวันนี้มีข้าราชการเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ได้เดินทางมาให้บริการด้วย นอกจากการดำเนินการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องแล้ว คือการไม่เอื้อผลประโยชน์ให้ทุนต่างชาติในการเปิดโรงแรม หรือรุกล้ำพื้นที่อย่างผิดกฎหมายในผืนแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนยอมรับไม่ได้ อยากเน้นย้ำให้ทุกท่านได้ช่วยเป็นหูเป็นตาหากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของไม่ว่าจะสัญชาติใด โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของเราเพื่อนำข้อมูลที่ท่านแจ้งไปขยายผล เพื่อหยุดยั้งและทวงคืนผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ด้านนายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การพัฒนาจ.ภูเก็ตให้มีความสดใสและน่าอยู่อย่างยั่งยืนนั้น ไม่อาจพึ่งพาเพียงการดำเนินงานของภาครัฐได้เพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยภาคธุรกิจ เอกชน และภาคประชาสังคมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนควบคู่กันไป ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยหลังจากนี้ทุกภาคส่วนจะร่วมกันบูรณาการการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับการเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับรู้ถึงกระบวนการทำงานของทางราชการที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาภูเก็ตให้ก้าวหน้าต่อไป




