หน้าแรก การเมือง ไอลอว์ ขอสภาช...

ไอลอว์ ขอสภาชะลอบรรจุวาระแก้รธน. รอร่างประชาชนก่อน ชี้ดึงดันอาจนำไปสู่โหวตโนประชามติ

18.06.26 | 18:19 น.

ไอลอว์ ขอสภาชะลอบรรจุวาระแก้รธน. รอร่างประชาชนก่อน ชี้ดึงดันอาจนำไปสู่โหวตโนประชามติ

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เผยผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ประชาชนจะทำเต็มที่ โดยหวังว่ารัฐสภาจะเห็นพวกเราด้วย … เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรากำลังขอ และเชิญชวนให้ประชาชนมาเข้าชื่อ เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการตั้งสสร. จากการเลือกตั้งของประชาชน 100% ไม่ใช่การกินรวบของฝ่ายการเมือง หลังเปิดเว็บไซต์ให้ลงชื่อมาประมาณ 7 วัน ได้มาเกือบ 20,000 รายชื่อ ถือว่าได้เยอะมาก เพราะประชาชนตื่นตัวพร้อมมีส่วนร่วมกันมาก ไม่ใช่เพราะเราสื่อสารได้ดีมาก เข้าถึงคนได้มากแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ประธานรัฐสภาเคยให้ข่าวว่า จะเปิดสภาเพื่อประชุมวันที่ 7-8 กรกฎาคม ก็เท่ากับเหลืออีกไม่กี่วันเท่านั้น และเจ้าหน้าที่สภาก็ย้ำว่า ต้องไปยื่นในต้นสัปดาห์หน้าเท่านั้น เพื่อให้เขาตรวจนับ 50,000 รายชื่อได้ทันและส่งเข้าบรรจุวาระได้ทันเวลา

เป็นเรื่องยากมากๆ แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ เพราะเราเคยขอให้ทุกคนช่วยกัน จนได้รายชื่อบนกระดาษ 200,000 ภายใน 3 วันมาแล้วเมื่อปี 2566 เราประชุมกันเมื่อวานอย่างจริงจัง เราเห็นว่าถ้าจะ “เร่ง” แบบสุดๆ ใน 4-5 วัน และขอให้ทุกคนช่วยกันลงชื่ออีก 30,000+ ก็จะเป็นไปได้ แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เพราะสุดท้ายสังคมอาจจะจำได้ว่า ได้ช่วยกันมาลงชื่ออย่างเร่งด่วน จำภาพตัวเลขที่วิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วได้ จำความตื่นเต้นนี้ได้ แต่ไม่มีเวลาค่อยๆ สร้างความเข้าใจและอธิบายเนื้อหา

ความสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ร่างที่เราเสนอยืนยันว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องให้ประชาชนได้ออกเสียงเลือก 100% เพื่อรับประกันว่า จะเกิดการรณรงค์ เกิดการหาเสียงทุกหย่อมหญ้า เกิดบทสนทนา และการตัดสินใจโดยทุกคนว่า อยากจะเห็นอนาคตของประเทศนี้เป็นอย่างไร จึงต้องให้มีคูหาการตัดสินใจโดยประชาชนเท่านั้น ร่างที่เราเสนอยืนยันว่า การจัดเวทีรับฟังความเห็นจะไม่เป็นเพียง “เวทีสร้างภาพ” แต่คนฟังต้องรับฟังจริงมีความรับผิดรับชอบ และคนจะทำกรอบเนื้อหาได้ต้องมาจากการเลือกตั้ง ร่างที่เราเสนอยืนยันว่า เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนตัดสิน ต้องทำประชามติ ไม่ใช่ให้รัฐสภาขวางทาง ไม่ใช่ให้อำนาจส.ว. มาใหญ่กว่าประชาชน
ความสำคัญของการเสนอร่างนี้ คือ ประชาชนต้องเข้าใจกระบวนการนี้ ต้องช่วยกันคิดช่วยกันออกแบบว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีที่มาอย่างไร ไม่ใช่เพียงไม่ชอบรัฐบาลก็ลงชื่อ ไม่ใช่เพียงเชียร์ไอลอว์ เชื่อถือคนชักชวน ก็ลงชื่อไปก่อน เราได้ประชุมวางแผนกันว่า จะต้องจัดเวทีตามภูมิภาคจำนวนมาก ต้องลงพื้นที่ เข้าหาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไปให้ถึงคนในชนบท คนรายได้น้อย ที่ไม่ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน เขาอาจจะต้องการคนมาอธิบายให้ฟังแล้วลงชื่อในกระดาษมากกว่า เราคิดว่าระบวนการที่จะเสนอสิ่งนี้ได้เพื่อเป็นบันไดขั้นต้นๆ ไปสู่รัฐธรรมนูญจากประชาชน ความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่จำนวนเท่านั้น

เราได้พูดคุยกับเครือข่ายองค์กรชาวบ้านมากมาย เช่น สมัชชาคนจน, เครือข่ายสลัมสี่ภาค, ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ), ขบวนการประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (PDMT), เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่, เครือข่ายประชาธิปไตยอีสาน (IDM), เครือข่ายคนรุ่นใหม่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฯลฯ เราออกแบบวงพูดคุยเตรียมไว้อีกมาก และยังอยากจะมีโอกาสเดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนอีกหลายแห่ง โดยเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้มีเวทีที่ปัตตานี มะรืนนี้มีเวทีที่พิษณุโลก กำลังจะมีเวทีที่ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุราษฎร์ธานี และอื่นๆ ตามมาอีกมาก นอกจากเราจะขอให้ทุคนช่วยกันลงชื่อให้ได้เยอะๆ แล้ว เรายังขอให้ทุกคนช่วยกันสื่อสารเนื้อหาของร่างที่เราจะเสนอ และความจำเป็นที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไปในภายภาคหน้าด้วย

Advertisement

หากรัฐสภายืนยันที่จะพิจารณาร่างฉบับเท่าที่มีอยู่ คือ สีน้ำเงินและสีส้ม ในวันที่ 7-8 ก.ค. นี้โดยไม่ได้พิจารณาร่างของเราด้วย ก็เห็นปลายทางอยู่แล้วว่า สุดท้ายจะเป็นร่างที่ออกมาแบบ “น้ำเงินล้วน” ไม่ได้ฟังใครเลย เมื่อมีประชามติเราก็จะต้องโหวต NO ไม่เห็นชอบ คว่ำไปแล้วค่อยเอาร่างที่เรากกำลังทำงานอยู่นี้นำเสนอในโอกาสหลังจากนั้น

หากจะยังพอมีช่องทางที่เป็นไปได้ ให้เราไม่ต้องโหวต NO ในการทำประชามติครั้งที่สอง เราก็หวังว่ารัฐสภาจะ “ได้ยิน” ความหลากหลายที่อยู่ข้างนอกนี้บ้าง อย่าเพิ่งรีบเปิดวาระพิจารณากันทันทีโดยที่พี่น้องประชาชนยังไม่ได้เข้าใจว่า ที่กำลังจะพิจารณารอบนี้คืออะไร แก้ไขมาตรา 256 เป็นยังไง หมวด 15/1 คืออะไร และยังไม่ได้ร่วมคิดว่า ที่มาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร เรายังหวังว่าจะมีเวลาพอสร้างกระบวนการพูดคุยและทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก่อน

เราหวังว่า ประธานรัฐสภา หรือวิปฯ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สว. จะไม่ได้ “เร่งเกม” รวบรัดตัดสินใจไปโดยข้างนอกยังไม่รู้ว่า ท่านๆ ทำอะไรกันอยู่ ทุกท่านควรจะช่วยกันออกมาอธิบายความสำคัญของกระบวนการที่จะเกิดขึ้น ให้เวลาประชาชนทุกหมู่เหล่าสัก 2-3 เดือน ทำความเข้าใจ คิดตาม คิดต่าง ชวนกันออกแบบและเสนอกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่หลากหลาย อาจจะมีร่างฉบับอื่นที่ประชาชนกลุ่มอื่นๆ เข้าชื่อกันเสนอมาให้เกิดความแตกต่าง เกิดจินตนาการไอเดียแบบใหม่ๆ อีกก็ได้

เราอยากได้รัฐธรรมนูญใหม่ อยากให้กระบวนการไม่ช้า แต่ถ้าสภาดันทุรังในเดือนหน้าไป แล้วเราต้อง Vote NO (แล้วเราชนะ) มันจะช้ากว่า จะช้าไปเป็นปี แต่ถ้าใจเย็นในขั้นตอนนี้สัก 2-3 เดือน ให้ประชาชนตามทันและมีส่วนร่วมได้จริง อาจจะไม่ได้ช้าไปมากนัก

จำนวนครบ 50,000 ยังไม่ใช่ความท้าทายหลักในวันนี้ แต่คือความเข้าใจอันทั่วถึงต่างหาก และถ้าหากสิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้น เราก็จะไม่รีบเร่งที่จะยื่นให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า เพียงเพื่อทำให้เสร็จในระดับขั้นตอนทางธุรการแล้วไปโดนปัดตกในวันที่ 8 กรกฎาคม เท่านั้น เราหวังว่า รัฐสภาจะเห็นความสำคัญสิ่งนี้ และเปิดโอกาส มาช่วยกันครับ