‘ศิริกัญญา’ เผย ‘ปชน.’ จัดทัพ 30 สส.ถลกงบ 70 ยันเข้มข้นเหมือนเดิม อัด เป็นงบฝีแตก ‘รัฐบาล’ ปิดแผลไม่ได้ ชวน จับตางบ สดช.สูงขึ้นเท่าตัว จ่อทำ TH-AI Passport ภาค 2 หรือไม่ พร้อมติดตามอนุมัติโอนงบ 69 เยียวยาผลกระทบไทย-กัมพูชา มากน้อยแค่ไหน
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 และพ.ร.บ.โอนงบปี 2569 ว่า ช่วงเวลาในการอภิปรายงบทั้ง 2 เรื่องใกล้เคียงกันคือในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญหน่วยงานมาชี้แจงเรื่องการของบประมาณเพื่อที่จะได้เห็นหน้าตางบประมาณ ขณะเดียวกันก็ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 มิถุนายนนี้ที่จะเห็นชอบเล่มร่างงบประมาณปี 2570 ซึ่งพรรคมีเวลาเตรียมตัวก่อนที่จะอภิปรายงบไม่ถึง 1 สัปดาห์
นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สำหรับพ.ร.บ.โอนงบปี 2569 แม้จะมีเวลาใช้เงินเพียง 3 เดือน พรรคก็ให้ความสำคัญในการอภิปรายเช่นกัน โดยพ.ร.บ.โอนงบฯ มีวงเงิน 1 หมื่น 3 ร้อยล้านบาท โอนไปอยู่ในงบกลาง ทั้งที่รัฐบาลบอกว่าจะตัดงบเข้าสู่การโอนแสนล้านบาท ลดเหลือ 8 หมื่นล้านบาท ท้ายที่สุดก็เหลือ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้เยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามไทย-กัมพูชา มากน้อย แค่ไหน อย่างไร ก็ต้องติดตามว่าจะมีการอนุมัติงบส่วนนี้ไปใช้อย่างไร
นางสาวศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ส่วนการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นั้น ก็มีหลายโครงการที่น่าจับตา หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายหลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่น การลดงบประมาณในการก่อสร้างอาคารที่ไม่จำเป็น ซึ่งเท่าที่ทราบมาว่ามีการตัดงบการสร้างอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งต้องตามต่อว่าชั่วคราวหรือยกเลิก หรือมีการปรับปรุงแบบอาคารใหม่หรือไม่ และหน่วยงานต่างๆ ถูกปรับลดงบประมาณลง 2 ใน 3 ซึ่งต้องไปดูในรายละเอียดว่ามีการปรับลด ในสิ่งที่ไม่สมควรปรับหรือไม่
นางสาวศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ขณะที่บางหน่วยงาน หรือกระทรวงที่ได้รับงบเพิ่มอย่างน่าประหลาดใจ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงเดียวได้เพิ่ม 30% โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ที่เป็นเจ้าของโครงการ TH-AI Passport ได้รับงบเพิ่มมา 1 เท่าตัว หรือ 95% ซึ่งจะต้องดูว่านำไปทำอะไรต่อ
“มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นโครงการภาคต่อของ TH-AI Passport หรือไม่ ต้องไปติดตามตรวจสอบกันและต้องบอกว่าโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้ใช้งบประมาณอย่างเดียว แต่ใช้เงินกองทุนดีอี ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ โดยที่ผ่านมาเป็นปัญหาและช่องโหว่ที่สภาฯ ตรวจสอบได้ยากมาตลอด เราจึงต้องพูดถึงการตรวจสอบเงินนอกงบประมาณทั้งหมดของแผ่นดิน ว่าเอาไปใช้อย่างไร มีความซ้ำซ้อนกับโครงการที่อยู่ในงบประมาณหรือไม่” นางสาวศิริกัญญา กล่าว
นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า รอบนี้รัฐบาลมีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยในตัว 2 แสนล้านหลังเป็นเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งน่าจะมีความซ้อนทับของกระทรวงพลังงาน และกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ก็จะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามตรวจสอบในรายละเอียด เพราะมีความพิเศษอย่างหนึ่งคือ เป็นงบประมาณที่บอกได้ว่าประเทศนี้ รัฐบาลนี้ เจองบประมาณมีปัญหาหนักมาก ฝีแตก ไม่สามารถปิดบังแผลที่ เรื้อรังมานานของงบประมาณไทยได้ โดยเฉพาะรายจ่ายประจำพุ่ง งบลงทุนต่ำลง
เมื่อถามถึง การจัดทัพส.ส.ในการอภิปรายงบประมาณ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า การอภิปรายจะแบ่งเป็นรายประเด็น ซึ่งเราได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 30 คน เช่น เรื่องพลังงานอาจจะคาบเกี่ยวแต่กระทรวงกัน โดยจะไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาการคลัง การจัดเก็บรายได้ ของนโยบายอุตสาหกรรม งบด้านสิ่งแวดล้อมและกองทัพ การกระจายอำนาจ
นางสาวศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ส่วนหัวข้ออภิปรายนั้น ต้องขอเห็นรายละเอียดของงบประมาณก่อน แต่ยืนยันว่าการตรวจสอบผ่านการอภิปรายงบประมาณของพรรคประชาชนยังคงเข้มข้นเช่นเดิม แม้ในช่วงนี้จะมีความพยายามดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของพรรค ที่จะต้องตรวจสอบความคุ้มค่า และความเหมาะสมของงบประมาณ รวมถึงความสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น ฉะนั้น จึงอยากชวนประชาชนร่วมจับตาการ์ดอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้




