หน้าแรก การเมือง ตุลาการศาลรธน...

ตุลาการศาลรธน.ชี้ปชช.เลือกตั้งสสร.โดยตรง 100% แต่ห้ามเลือก กมธ.ยกร่างฯ ให้สสร.ทำหน้าที่แต่งตั้งเอง

20.06.26 | 06:40 น.

ตุลาการศาลรธน.ชี้ปชช.เลือกตั้งสสร.โดยตรง 100% แต่ห้ามเลือก กมธ.ยกร่างฯ ให้สสร.ทำหน้าที่แต่งตั้งเอง

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ในประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การเข้าหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกเป็นข้อถกเถียงมาตั้งแต่ช่วงความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในปีที่ผ่านมา สังคมต้องการทราบขอบเขตการมีส่วนร่วมของประชาชนตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบ

“จากการหารือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ไม่ได้เป็นประเด็นที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อจำกัดอยู่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อย่างไรก็ตาม หากมีสภาหรือองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างอีกทอดหนึ่ง ก็สามารถดำเนินการได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ คือการให้ประชาชนเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะไม่สามารถเลือก ส.ส.ร. ได้ ดังนั้น หากออกแบบให้ ส.ส.ร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างและพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัย

Advertisement

นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนอาจนำประเด็นดังกล่าวกลับไปหารือภายในพรรค เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันจุดยืนเดิมที่ต้องการให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ หลังได้รับความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยไม่ได้ห้ามการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ขัดกับแนวทางที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอธิบายในวันนี้ เนื่องจากกำหนดให้มี “สภาการมีส่วนร่วมของประชาชน” จำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างจำนวน 35 คน จะมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา ก่อนเสนอให้สภาการมีส่วนร่วมของประชาชนรับรองอีกชั้นหนึ่ง

สำหรับตุลาการที่เข้าร่วมการหารือ ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และ นายสราวุธ ทรงศิวิไล โดย นายนรเศรษฐ์ ย้ำว่า แม้ความเห็นที่ได้รับจะไม่ใช่คำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการขององค์คณะตุลาการ แต่ถือเป็นคำอธิบายที่ช่วยให้สังคมและฝ่ายการเมืองเข้าใจขอบเขต

ต่อมานายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ที่ผ่านมา ผมและพรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรดำเนินการโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยเราเคยยื่นร่างที่มีเนื้อหาดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาในปี 2567 อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 (10 ก.ย. 2568) มีการระบุท้ายคำวินิจฉัยว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” เป็นข้อจำกัดที่คลุมเครือและทำให้ฝ่ายต่างๆต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา

“ในส่วนของพรรคประชาชน เราได้พยายามออกแบบกระบวนการที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือก ส.ส.ร. ให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ถูกมองว่าขัดคำวินิจฉัยฯ (เช่น ประชาชนเลือก ส.ส.ร. 150 คน และให้รัฐสภาโหวตรับรอง / ประชาชนเลือก ส.ส.ร. 300 คน และให้รัฐสภาคัดเหลือ 150 คน) ในส่วนของสมาชิกรัฐสภาส่วนอื่น มีบางพรรคและบางท่านนำคำวินิจฉัยดังกล่าว มาเป็นเหตุในการสรุปว่าประชาชนไม่สามารถเข้าคูหาเพื่อเลือก สสร. ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งได้เลย”

“วันนี้ ทาง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และ กมธ. ศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร จึงได้เดินทางไปเข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการบางท่าน เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว บทสรุปสำคัญจากการหารือ 1. ทางตุลาการในที่ประชุมได้ยืนยันว่าคำวินิจฉัยดังกล่าว หมายความถึงการห้ามไม่ให้ประชาชนเลือก “คณะกรรมาธิการยกร่าง” (หรือคณะที่เป็นคนร่างข้อความของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) โดยตรง 2.ทางตุลาการในที่ประชุมยืนยันว่าคำวินิจฉัยดังกล่าว ไม่ได้ห้ามหรือตัดสิทธิการที่รัฐสภาจะเสนอให้มี “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่ออ้างอิงขอบเขตการทำหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญในอดีต สภาร่างรัฐธรรมนูญที่ว่านี้ ก็สามารถมีอำนาจที่รวมถึงการ (1) แต่งตั้ง “คณะกรรมาธิการยกร่าง” เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ (2) พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่คณะกรรมาธิการยกร่าง ยกร่างขึ้นมา การมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง 100% จึงไม่ขัดกับคำวินิจฉัย เพราะคณะกรรมาธิการยกร่างที่มาจากการแต่งตั้งของสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะถือได้ว่ามาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม ไม่ใช่โดยตรง

3.อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นตรงกัน ว่าการออกแบบและอภิปรายถึงข้อดี-ข้อเสีย ของ ส.ส.ร. รูปแบบต่างๆ เป็นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองในรัฐสภา

บทสรุปนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยคลายข้อกังวลของสมาชิกรัฐสภาทุกคน และทำให้พรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภา มีทางเลือกและความเป็นไปได้มากขึ้นในการออกแบบ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ. ทั้ง 2 คณะ จะมีการนำบทสรุปอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นการต่อไป