หน้าแรก การเมือง ปชป.-พท. ปรับ...

ปชป.-พท. ปรับแนว แก้ร่างรธน. ปชช.มีส่วนร่วม “นิกร”ชี้ไม่ใช่คำวินิจฉัย “มาร์ค”คลายกังวล

21.06.26 | 06:00 น.

ปชป.-พท.ปรับแนวแก้ร่างรธน.ให้ปชช.มีส่วนร่วม “นิกร”ชี้ไม่ใช่คำวินิจฉัย ย้อนกรณีประชามติ ต้องทำ 3 ครั้ง “มาร์ค”บอกคลายกังวล 

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีที่ 2 กรรมาธิการสามัญ ของสภาฯ และ วุฒิสภา หารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีข้อสรุปจากการสัมภาษณ์นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ว่าสามารถมีคูหาให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้ การหารือดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางดำเนินการ ไม่ใช่คำวินิจฉัย มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ 2560 และตามบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ คือ คำวินิจฉัยที่ 18/2568 ที่ระบุว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง มีเหตุผลสำคัญที่อธิบายไว้ในวารสารศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า รัฐสภามีอำนาจเพียงแก้ไขเพิ่มเติมตามกระบวนการและขอบเขตที่รัฐธรรมนูญ 2560กำหนดไว้เท่านั้น หากรัฐสภา กำหนดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง เท่ากับรัฐสภาไปสร้างองค์กรอื่นให้ใช้อำนาจสถาปนาแทนตน ซึ่งรัฐสภาไม่อาจส่งมอบอำนาจในลักษณะดังกล่าวได้

นายนิกร กล่าวต่อว่า ต้องพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วย คือคำวินิจฉัย ที่ 18-22/2555 ที่วางหลักการว่าประชาชนคือเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ รัฐสภาจะยกร่างใหม่ทั้งฉบับโดยไม่ถามประชาชนก่อนไม่ได้ และ คำวินิจฉัยที่ 4/2564 ที่ยืนยันว่าอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องผ่านการทำประชามติเพื่อขออาณัติมหาชนก่อน ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ต่อแนวทางการทำประชามติที่ต้องทำ รวม 3 ครั้ง

 

Advertisement

“ผมจะนำประเด็นนี้เข้าหารือกับคณะกรรมการกฏหมายพรรคภูมิใจไทย จะมีการนัดประชุมครั้งแรกในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ แต่เบื้องต้น ยืนยันว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเนื้อหา ในร่างแก้ไขที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมสมัครเข้ามาเป็นส.ส.ร.ที่รัฐสภาคัดเลือก และกำหนดให้มีสภารับฟังความคิดเห็น ที่มาจาก ส.ส.ร. ส่วนหนึ่งไปรับฟังความเห็นของประชาชนเป็นระยะเวลานานถึง 1 ปี ถือว่าเหมาะสม แต่กรณีจะให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.เข้ามา แต่ ส.ส.ร. ไม่มีส่วนยกร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะอาจขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าไม่เปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง” นายนิกร กล่าว และว่า การหารือดังกล่าวนั้น เช่นเดียวกับเมื่อไม่นานนี้ มีการหารือกันแล้วพากันสรุปว่าสามารถทำประชามติเหลือเพียงแค่สองครั้ง แต่คำวินิจฉัยสุดท้ายก็ออกมาสุดท้ายว่าต้องทำประชามติสามครั้งอยู่ดี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านี้มีความกังวลจากทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ที่ต้องการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 250 และกังวลว่าจะถูกตีความว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาล เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานศาลและคณะได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า คำที่ระบุว่าสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างได้โดยตรงนั้น หมายถึง “ตัวผู้ร่าง” หรือบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่ยกร่างโดยตรง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ประธานศาลยืนยันว่าไม่ได้ห้ามหรือปิดกั้นสิทธิในการออกแบบกระบวนการให้ประชาชนเข้าคูหาแสดงความเห็น

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้มีการหยั่งเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเห็นว่าเป็นวิธีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างทั่วถึง ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และไม่ใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้ มองว่าในสัปดาห์หน้ายังมีกฎหมายอีกหลายร่างที่สามารถเสนอต่อสภาได้

เมื่อถามถึงกรณีการถอนชื่อออกจากบางร่างออกไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เดิมมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะเมื่อมีการถอนชื่อจากบางร่าง ก็ทำให้ ส.ส.หลายคนเกิดความกังวลและยังไม่อยากร่วมลงชื่อ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาขัดต่อกฎหมายหรือไม่

“ขณะนี้ยืนยันได้ว่า การหารือระหว่างคณะกรรมาธิการกับประธานศาลได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่า พวกเราไม่มีใครฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น หากทุกพรรคร่วมมือกัน ก็จะทำให้ทุกร่างสามารถเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ก่อนปิดสมัยประชุม” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า ร่างของพรรคประชาธิปัตย์เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในภาคปฏิบัติร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ซึ่งเดิมเกือบครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อเกิดประเด็นดังกล่าวขึ้น ทำให้กระบวนการชะงักไป คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสภาได้ภายในสัปดาห์หน้า

ทางด้านนายกฤช เอื้อวงศ์ กรรมการบริหารพรรคและฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผู้บริหารพรรคจะนัดกันหารือในวันที่ 23 มิ.ย. ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคตามเจตนาแรกนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ทางผู้บริหารพรรคก็จะต้องเอาทั้งหมดมาคุยกันอีกครั้ง ว่าตกลงเราจะปรับเปลี่ยนในสัดส่วนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญของเราอย่างไร

เมื่อถามว่าแนวทางจะปรับให้มี ส.ส.ร.จากประชาชนเต็มรูปแบบเลยหรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า เราก็เดินหน้าแต่ด้วยเสียงพรรคเพื่อไทย ยื่นโดยลำพังไม่ได้ ต้องไปขอเสียงพรรคอื่นเรามีเพียง 74 เสียง ขาดอีก 26 เสียง แต่เรื่องจำนวนเสียงไม่ใช่ประเด็น อยู่ที่หลักการสำคัญตัวร่างมากกว่าว่าจะไปในแนวทางใด จะปรับแก้อย่างไรนั้นก็อยู่ที่มติกรรมการบริหารพรรค หากได้ข้อยุติเร็ว ก็จะบรรจุร่างแก้ไขเข้าไปทันตามที่วิป 3 ฝ่ายประเมินว่าจะประชุมร่วมรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณารับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ในวันที่ 7 และ 8 ก.ค. เพราะการปรับเปลี่ยนร่างไม่ได้ใช้เวลามาก