หน้าแรก การเมือง ยุทธพร ชี้ ส....

ยุทธพร ชี้ ส.ส.-ส.ว.กล้าเสนอ สสร.เลือกตั้ง ดีกว่าปล่อยคลุมเครือ-ได้บรรทัดฐานใหม่ ทางออกแก้ รธน.

21.06.26 | 06:40 น.

ยุทธพร ชี้ ส.ส.-ส.ว.กล้าเสนอ สสร.เลือกตั้ง ดีกว่าปล่อยคลุมเครือ-ได้บรรทัดฐานใหม่ ทางออกแก้ รธน.


เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวแสดงความเห็นกรณีคณะกรรมาธิการฝ่ายสมาชิกรัฐสภา ไปพบกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 ท่าน เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร..จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% ว่า ไม่ได้มีผลอะไรในทางกฎหมายอยู่แล้ว เนื่องจากว่าทั้ง 3 ท่านก็มาพบในลักษณะที่เป็นการพบส่วนบุคคล ไม่ได้พบในนามขององค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สามารถให้ความเห็นโดยไม่ได้ผูกพันอะไรกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ลืมว่าองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดมี 9 ท่าน มา 3 ท่านก็ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ

“จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ท่านที่มา ท่านแรกคือ ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พอไปดูในคำวินิจฉัยส่วนตนของท่านในคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ปรากฏว่าศ.ดร.นครินทร์ ไม่ได้พูดถึงประเด็นในเรื่องของที่มาของ สสร. พูดเพียงแค่ 2 ประเด็น คือ 1.รัฐสภาจะแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ และ 2.จะต้องทำประชามติกี่ครั้ง ส่วนท่านที่ 2 คือ ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต เมื่อตอนพิจารณาคดีที่ 18/2568 ได้ขอสละสิทธิ์ในการเป็นองค์คณะ เนื่องจากเคยเป็นผู้ให้ความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญเมื่อตอนคดีที่ 4/2564 เป็นคดีที่ตั้งต้นในการร่างรัฐธรรมนูญว่าต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน ส่วนท่านที่ 3 คือคุณศราวุธ ทรงศิวิไล ก็เพิ่งเข้ามาในองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หากจำไม่ผิดเพิ่งเข้ามาหลังจากที่จะมีคำวินิจฉัย 18/2568” รศ.ดร.ยุทธพร กล่าว

“ยิ่งเห็นได้ว่าทั้ง 3 ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยกลางในเรื่องของการห้ามผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมาจากการเลือกโดยตรงจากประชาชน ทำให้มีน้ำหนักน้อยลงไปอีก เอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนั้นผูกพันทุกองค์กร แม้ว่าทั้ง 3 ท่าน จะให้ความเห็นไปอย่างไรก็ไม่ได้เป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดี”

Advertisement

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า อย่างไรก็ดี ผลจากการประชุมหารือของคณะกรรมาธิการ ฝ่ายสมาชิกรัฐสภา จะนำไปเป็นผลทางการเมืองแน่นอน น่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ว่าได้ไปฟังความเห็นของทั้ง 3 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว บอกว่า สามารถทำได้ อาจจะนำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้ทางสภารับร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และของพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นกลายเป็นประเด็นทางการเมืองแล้ว ไม่ใช่เป็นประเด็นทางกฎหมายอย่างเดียว จะเป็นประเด็นในการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การกดดันให้สภาผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง

“อย่าลืมว่าท้ายสุดแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์คณะ ถึง 3 ท่านนี้จะมีความเห็นไปในทางว่าทำได้ ต่อให้มีคำวินิจฉัยออกมาถ้าเสียงส่วนใหญ่ในคณะตุลาการฯ มีคำวินิจฉัยว่า ทำไม่ได้ ก็ยังไม่ได้อยู่ดี ส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอตกไป แต่ถ้ามีผู้ไปร้อง แล้วศาลก็วินิจฉัยว่าเป็น ร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง”

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ทางออกวันนี้ คือ ส.ส. และ ส.ว. ต้องเสนอไปในทางที่สภาเห็นว่ามีความเหมาะสมอย่างไรในฐานะของการเป็นตัวแทนประชาชน จะเสนอให้มีการได้มาซึ่ง สสร. โดยการเลือกตั้งก็ได้ ไม่ได้ผิดอะไร ส่วนถ้ามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญอีก จะได้เห็นบรรทัดฐานที่ชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ตกลงแล้วการที่คำวินิจฉัยที่ 18/2568 บอกว่าห้ามเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงจากประชาชนนั้น คำว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น วางขอบเขตไว้แค่ไหน เพียงใด หมายความถึงคนกลุ่มไหน เฉพาะกรรมาธิการยกร่างฯหรือไม่ เหมือนที่ ศ.ดร.นครินทร์ ได้ให้ความเห็น หรือว่าจะต้องหมายถึง ส.ส.ร. ทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นจะได้เป็นบรรทัดฐานที่ชัดเจนต่อไป เพราะฉะนั้นผมว่า สส. และ สว. ถ้ากล้าที่จะเสนอก็ไม่เสียหายอะไร ถึงมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญก็จะได้มีบรรทัดฐานที่ชัดเจนนั้นต่อไป

“เป็นการวัดใจ ส.ส. และ ส.ว. ก็ว่าได้ว่าจะกล้าเดินหน้าต่อไปในฐานะของการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ท่านมีความกล้าในจุดยืนต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน สุดท้ายอยากตั้งข้อสังเกตว่า ในที่ประชุมหารือร่วมกับตุลาการศาลฯ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา อย่าลืมว่า ศ.ดร.นครินทร์ ได้พูดอยู่ช่วงหนึ่ง บอกว่า ตอนที่องค์คณะพูดถึงเรื่องที่มา สสร. ก็ไม่ได้ค้าน ในเรื่องของคำวินิจฉัยกลางที่ออกมาเมื่อครั้งที่ 18/2568 อันนี้มีนัยยะ ท่านเองไม่ได้ทักท้วง แม้ว่าเมื่อวานท่านจะมีความเห็นบอกว่า ท่านเห็นว่าคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ไม่ได้คุม ส.ส.ร. แต่อยู่เพียงแค่กมธ.ยกร่าง แต่ท่านก็บอกว่า ท่านไม่ได้ทักทวง เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมว่ามันก็ไม่ได้เคลียร์ชัดว่า ศ.ดร.นครินทร์ ให้ความเห็นแบบนั้นแล้ว ท้ายที่สุดจะสามารถทำได้” รศ.ดร.ยุทธพร กล่าว