หน้าแรก การเมือง ไทย-อิตาลี เร...

ไทย-อิตาลี เร่งผลักดัน MOU ด้านแรงงาน หวังเปิดทางคนไทยเข้าถึงตลาดงานยุโรป ถูกกฎหมาย

21.06.26 | 12:29 น.

รัฐบาล เผยข่าวดี ไทย-อิตาลีเร่งผลักดัน MOU ด้านแรงงาน หวังเปิดทางคนไทยเข้าถึงตลาดงานยุโรปถูกกฎหมาย-ยกระดับรายได้-คุ้มครองสิทธิ -ขยายโอกาสแรงงานไทยสู่เวทีสากล

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยผ่านการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยล่าสุดนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ H.E. Marina Elvira Calderone รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคม สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นพัฒนาการสำคัญต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทยในตลาดยุโรป โดยรัฐบาลอิตาลีได้บรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงาน หรือ Flows Decree ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย และเป็นช่องทางที่เอื้อต่อการจ้างแรงงานไทยในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ทั้งในรูปแบบแรงงานตามฤดูกาลและแรงงานทั่วไป

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวด้วยว่า จากการหารือระหว่างกระทรวงแรงงานไทยกับเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ฝ่ายอิตาลีได้แสดงความสนใจรับแรงงานไทยสูงถึง 20,000-30,000 คนต่อปี ในสาขาที่ขาดแคลนแรงงาน ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และภาคบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Decreto Flussi 2026-2028 ที่กำหนดโควตารับแรงงานจากประเทศนอกสหภาพยุโรปรวมกว่า 500,000 อัตรา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่แรงงานไทยจะสามารถเข้าถึงตลาดแรงงานคุณภาพในยุโรปได้มากขึ้นในอนาคต

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของอิตาลี เพื่อเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงโดยนายหน้าเถื่อน พร้อมยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และสภาพการจ้างงานตามมาตรฐานสากล

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการหารือทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องขยายความร่วมมือใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาอาชีวศึกษาและศูนย์ฝึกแรงงานร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบบำนาญชราภาพ การคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการครอบครัว และการเพิ่มโอกาสจัดส่งแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานยุโรป

Advertisement

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ไทยยังได้แสดงความสนใจศึกษารูปแบบการศึกษาเชิงเทคนิคและระบบการศึกษาทวิภาคีของอิตาลี ซึ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจและสถานประกอบการ เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่ รวมถึงแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ตลอดจนแนวคิดสิทธิในการตัดการเชื่อมต่อเพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกบังคับทำงานนอกเวลางาน

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวด้วยว่า หากการจัดทำ MOU แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อิตาลีจะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดแรงงานสำคัญของคนไทยในยุโรป ท่ามกลางความต้องการแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตร สุขภาพ และบริการ ซึ่งกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในหลายพื้นที่ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเปิดประตูสู่โอกาสการทำงานของแรงงานไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะแหล่งแรงงานคุณภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้าในระดับสากลอีกด้วย

///