ณัฐพงษ์ ยันไม่ได้ทำสงครามกับพรรคการเมืองใด แต่ทำกับระบอบสีน้ำเงิน ย้อน ‘นิกร’ อย่าบิดเจตนารมณ์ศาล รธน. ชง ชะลอแก้รัฐธรรมนูญ ทบทวนที่มา ส.ส.ร.ให้ยึดโยงปชช.
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตเรื่องสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่าเป็นการทำสงครามระหว่างค่ายสีน้ำเงินกับค่ายสีส้มนั้น ว่า ตนและพรรคประชาชนคงไม่ได้พุ่งเป้าการทำสงครามไปที่พรรคการเมืองใด แต่สิ่งที่เราทำสงครามคือการเมืองในระบอบสีน้ำเงินที่ตนเคยพูดไปว่าใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทยซึ่งครอบคลุมไปถึงองค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐอื่นๆ รวมถึงธุรกิจการเมืองที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาสัมปทานภาครัฐต่างๆ ด้วยที่เป็นเสาค้ำจุนระบอบสีน้ำเงินนี้อยู่ ซึ่งเรื่องนี้สุดท้ายก็โยงมาที่เรื่องกติกาสูงสุดคือรัฐธรรมนูญ โดยจากกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นว่าตกลงแล้วผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญในคำวินิจฉัยที่ผ่านมาถึงคนที่เขียนเลยหรือกรรมการยกร่าง
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็สามารถมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ ซึ่งขณะนี้แม้ว่าพรรคประชาชนจะยังไม่มีมติในที่ประชุม ส.ส.นั้น แต่ตนสามารถให้ความเห็นได้เลยว่าเราพร้อมจะกลับมาปรับปรุงและทบทวนร่างใหม่ เพื่อให้ที่มาของ ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชนโดยตรงมากขึ้น
“ขอส่งข้อเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคว่า ในเมื่อทุกพรรคพยายามบอกว่าอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน และเมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นเช่นนี้แล้ว ก็อยากให้ทุกพรรคทบทวนที่มาของ ส.ส.ร.ที่มีความยึดโยงกับประชาชนและมาจากคูหาเลือกตั้งโดยตรงไปเลย วันนัดประชุมร่วมรัฐสภาที่จะมีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วนั้น ผมคิดว่าสามารถชะลอออกไปได้ ประชาชนสามารถรอได้หากเราได้ร่างรัฐธรรมนูญที่ดีขึ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามถึง กรณีที่ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่าความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่สามารถใช้ได้ มองว่าพรรคภูมิใจไทยอยากได้ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกของรัฐสภาโดยตรงเลยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องถามกลับไป ยังนายนิกรว่าคนที่เขียนคำวินิจฉัยใช่ตุลาการหรือไม่ ดังนั้น ข้อคิดเห็นของตุลาการก็คือเจตนารมณ์ของคำวินิจฉัย หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่อยากให้นายนิกรหรือพรรคการเมืองอื่นๆ พยายามออกมาบิดคำตรงนี้ ตนคิดว่าข้อคิดเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดเจน
เมื่อถามว่า เรื่องชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปนั้น พรรคประชาชนจะมีการส่งคนไปพูดคุยทำความเข้าใจกับฝั่ง ส.ว.หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หาก ส.ว.ใช้อำนาจของตัวเองที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีอิทธิพลของกลุ่มการเมืองใดครอบงำ ตนคิดว่าแต่ละคนก็เห็นได้ว่าเราสามารถชะลอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญออกไปได้ จนกว่าเราจะได้ร่างใหม่เข้ามาตามที่ตุลาการให้ความเห็นไว้ ปรับปรุงให้ที่มาของ ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง
“แต่หากทุกอย่างเดินหน้าก็เห็นได้ค่อนข้างชัด การให้ความเห็นของพรรคการเมืองในสภาร่าง การขยับเขยื้อนของสมาชิกวุฒิสภาในสภาบน บังเอิญออกมาในทิศทางเดียวกันและยังยืนยันที่จะเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญที่เราเห็นว่าไม่ใช่ร่างที่ประชาชนต้องการมากที่สุด หากเป็นเช่นนั้นผมคิดว่ากระบวนการไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น” นายณัฐพงษ์กล่าว


