หน้าแรก การเมือง ‘เท้ง’ปลุกกาเ...

‘เท้ง’ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เลือก ดร.โจปลดล็อกกทม.  ย้ำ 50 ส.ก. ปชน.ตรวจงบ แสนล้านตรงไป ตรงมา  เหน็บกลุ่มอิสระ จริงหรือไม่

22.06.26 | 01:33 น.

‘เท้ง’ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เลือก ดร.โจปลดล็อกกทม.  ย้ำ 50 ส.ก. ปชน.ตรวจงบแสนล้านตรงไปตรงมา  เหน็บกลุ่มอิสระ จริงหรือไม่

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ที่สนามกีฬาหมู่บ้านเคหะรานี4 เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ขึ้นปราศรัยช่วยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ฝั่งกรุงเทพตะวันออก พรรคประชาชน ประกอบด้วยนายมาโนช วงศ์เกตุใจ ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง นายอานนท์ แม้นเพชร ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง น.ส.นันท์นภัส สุขสิริฐานันท์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตคันนายาว นายวีระชาติ เสประธานนท์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ นายอภิชาต ปรางทอง ผู้สมัคร ส.ก.เขตบึงกุ่ม น.ส.ฐาปนีย์ สุขสำราญ ผู้สมัคร ส.ก.เขตประเวศ นายสุรเกียรติ หวังพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตคลองสามวา นายกิตติคุณ รุจิมงคล ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี และ น.ส.เมธิณี หวังพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตสะพานสูง หาเสียง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าา ในเมื่อกรุงเทพมหานครมีศักยภาพ ตามข่าวมีรายได้มากกว่ารายจ่าย มีเงินสะสม แต่อย่าลืมว่าท้องถิ่นไม่สามารถทำงบประมาณขาดดุลได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของท้องถิ่นในประเทศไทย ขณะที่ท้องถิ่นในต่างประเทศสามารถฝันใหญ่กว่านี้ และสามารถทะเยอทะยานที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น หรือแม้แต่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่างๆได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากเรามีฝันใหญ่ร่วมกัน แล้วมาปลดล็อกข้อจำกัดของกรุงเทพมหานครที่วันนี้ต่อให้จะมีงบประมาณปีละแสนล้านบาท แต่อำนาจจำกัดจำเขี่ยอยู่ หากเทียบกับหัวเมืองที่พัฒนาแล้วในประเทศที่เจริญแล้ว

ดังนั้น ส.ส.พรรคประชาชน จึงพยายามผลักดัน พ.ร.บ.กทม.เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพราะมองว่าท้องถิ่นในประเทศไทยในปัจจุบันยังถูกกดทับและยังถูกรวมศูนย์อยู่ เพื่อทำให้ท้องถิ่นสามารถจะฝันใหญ่ได้ ทั้งนี้ การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครต่างจากการเลือกตั้งระดับประเทศ เพราะการเลือกตั้งระดับประเทศเลือก ส.ส. เพื่อให้ไปเลือกนายกรัฐมนตรี แต่การเลือกตั้ง กทม. เลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก.ตรง คำถามที่สำคัญคือ ส.ก. เปรียบเสมือนเป็นคนดูแลกระเป๋าสตางค์ของผู้ว่าฯ

“งบประมาณปีละแสนล้านบาท หากผู้ว่าฯ ฝันใหญ่อยากทำระบบระบายน้ำ งบประมาณเป็นพันหรือหมื่นล้านบาท เพื่อทำอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่หรือทำโปรเจกต์อะไรก็ว่าไป แต่สุดท้ายจะโครงการต้องไปเข้าข้อบัญญัติงบประมาณประจำปีของ กทม. ถามว่าใครเป็นคนอนุมัติ สก.เป็นคนอนุมัติ แล้วบรรดา ส.ก.ที่บอกว่าเป็น ส.ก.อิสระ คือ ส.ก.ทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติปะ” นายณัฐพงษ์ กล่าว

Advertisement

ทำให้มีประชาชนที่ฟังการปราศรัยตะโกนว่าใช่ ก่อนนายณัฐพงษ์ จะกล่าวต่อว่า กำลังจะบอกว่าสุดท้ายในสนามสภาท้องถิ่น ที่เห็นกันมาจริงๆ มันเป็นวัฒนธรรมการเมืองที่เราอยากเข้าไปเปลี่ยนให้ดีขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่เป็นท้องถิ่นทุกแห่ง แต่เนื่องจากเมื่อเลือกตั้งตรงกัน สุดท้ายเวลาที่ผู้ว่าฯ หรือนายกจะผ่านงบประมาณก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการยอมหลับตากันข้างหนึ่ง ไม่เช่นนั้นงบประมาณจะผ่านลำบาก นี่ตนพูดอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้กล่าวหาใคร

คำถามที่อยากให้ทุกคนมาฉุดคิดและกาบัตรเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนี้ คือหากทุกคนมองหาสิ่งเดียวกัน หากทุกคนอยากได้สิ่งเดียวกันนั่นคือการพิจารณางบประมาณที่มีความโปร่งใส เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกลงไปในโครงการเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ให้ชาวกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง คำถามคือเราก็ต้องพยายามเลือก ส.ก. ที่เรามีความเชื่อมั่นใช่หรือไม่ว่าเขาเข้าไปแล้วจะทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด

เมื่อสักครู่ที่พี่น้องตอบตนมา และคำตอบที่ตนอยากให้ตอบคือ ส.ก. อิสระ ที่ตนบอกว่าไม่ใช่ทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติเพราะนายชัชชาติบอกเองออกสื่อว่าอย่าให้ ส.ก. มาพูดว่าเป็นทีมเดียวกับนายชัชชาติ เขาไม่ได้เป็นทีมชัชชาติ เพราะชัชชาติไม่ได้ส่งใคร อยากให้ลองคิดตามว่าหากในสภา กทม. ส.ก. ต่างอิสระทั้งหมด ไม่มีสังกัดพรรคใดทั้งสิ้น สุดท้ายการพิจารณางบประมาณในสภาท้องถิ่นจะเปลี่ยนหรือไม่ มันก็ไม่เปลี่ยน

ฉะนั้น สำหรับตนไม่จำเป็นต้องไปมองเรื่องเฉดการเมือง ไม่ต้องไปกล่าวหาใคร หากอยากจะเปลี่ยนสภากรุงเทพมหานครจริงๆ จำเป็นที่ต้องผนึกกำลังของพี่น้องประชาชนเพื่อเข้าไปเปลี่ยนสภากรุงเทพมหานครให้ได้ ตนเชื่อมั่นว่า ส.ก.ของพรรคประชาชนทั้ง 50 คน 50 เขต ทุกคนมาด้วยเจตจำนงเดียวกัน หากพี่น้องอยากได้ ส.ก.ในสภา กทม.ที่ทำงานเหมือนน.ส.รักชนก ศรีนอก นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เหมือนกับเพื่อน ส.ส.อีกหลายคน ย้ำว่าตนเชื่อว่าเพื่อน ส.ก. มีเจตจำนงเดียวกัน พิจารณางบประมาณกทม.แบบโปร่งใสตรงไปตรงมาแน่นอน

หากพี่น้องอยากได้ ส.ก. แบบสส. พรรคประชาชนที่เสนอกฎหมายระดับประเทศไม่ว่าจะเป็นสุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียม แต่เสนอเป็นข้อบัญญัติที่ก้าวหน้าในสภา กทม.ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องเช่น การผลักดันผังเมือง การจัดการพื้นที่สีเขียว รถเมล์อนาคตที่จะให้เป็น EV อากาศสะอาด เรื่องเหล่านี้เราสามารถฝากความหวังไว้ที่ สก. ของพรรคประชาชนทั้ง 50 คน 50 เขตได้

อยากฝากถึงคนกทม.ทุกคนในโค้งสุดท้ายว่า การตัดสินใจของท่านในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ อยากให้ทุกท่านศึกษาจริงๆ ดู สก.ในเขตของท่านเป็นคนๆ ศึกประวัติเขาให้ดีว่า เขาเป็นใครมาจากไหน ประกาศตัวว่าเป็นอิสระ แล้วใส่สีเขียวบนป้ายหาเสียง เพื่อพยายามจะไปห้อยโหนกระแสนายชัชชาติหรือไม่ เขาอิสระจริงหรือไม่ ผมพูดอย่างตรงไปตรงมา เป็นการตั้งคำถาม ไม่ได้กล่าวหา ขอให้ลองดู หากทุกท่านศึกษาแล้วจริงๆ แล้วแคนดิเดตเหล่านั้นไม่สามารถทำให้ท่านเชื่อถือได้ อยากให้ทุกท่านเชื่อมั่นในการทำงานของพรรคสีส้ม เชื่อมั่นในแคนดิเดต สก. ของเราทั้ง 50 คน 50 เขต ผมการันตีให้ได้” นายณัฐพงษ์ กล่าวและว่า

อีกหนึ่งอย่างคือทีมบริหารของอาจารย์โจของเรา วันนี้อาจารย์โจไม่ได้มาคนเดียว วันนี้อาจารย์โจมีทีมบริหารที่จะมาดูแลพี่น้องในทุกด้าน และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่พี่โจจะสามารถทำได้แน่นอน คือ งานข้อมูลในด้านต่างๆ แต่สิ่งที่พี่โจจะทำไปได้ไกลกว่านั้น คือ การเป็นพ่อเมืองและผู้นำเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลง ที่ตนกล้าการันตีเช่นนี้ เพราะนายชัยวัฒน์ไม่ใช่แค่อัจฉริยะ จบด๊อกเตอร์แล้วไปทำงานที่ญี่ปุ่น แล้วกลับมาทำงานที่แบงค์ชาติ คนอะไรอยู่ดีๆ จะเลือกทิ้งอนาคตตัวเองที่สดใส เงินเดือนสูงๆ มาทำงานการเมือง ไม่เพียงเท่านั้นแต่ครั้งนี้มีตำแหน่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่ออยู่แล้ว ตัดสินใจลาออกมาลงผู้ว่าฯ

สำหรับตนคนเป็นผู้นำคุณสมบัติอย่างหนึ่งคือไม่ปฏิเสธวิกฤตหรือการที่เราจำเป็นที่จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับคนกรุงเทพฯ สนามเลือกตั้งครั้งนี้นายชัยวัฒน์เห็นว่าคนกรุงเทพฯ เลือกตั้งมา 50 กว่าปีแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนโครงสร้างได้ นายชัยวัฒน์จึงอาสามาทำตรงนี้ โดยที่ไม่ได้มองผลประโยชน์ของตัวเองเป็นตัวตั้ง ตนคิดว่าคนแบบนี้มีความเหมาะสมเป็นผู้นำอย่างยิ่ง

คุณสมบัติผู้นำที่อาสาเข้ามาทำเรื่องยากๆ เจตจำนงทางการเมืองก็สำคัญ ที่ตนต้องเล่าเรื่องเจตจำนงทางการเมือง เพราะตนอยากย้อนไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วตั้งแต่สมัยที่พวกตนตัดสินใจเข้ามาร่วมเดินทางกับพรรคอนาคตใหม่ เราไม่ได้หวังเพื่อที่จะมาชนะการเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ แต่เราเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง มันอยู่ในหัวใจและโลโก้ที่อยู่บนเสื้อเรา นี่คือเจตจำนงที่เรามีร่วมกัน และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

คนกรุงเทพฯ กาเพื่อเปลี่ยนไปแล้ว กาเพื่ออยากให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนไปแล้ว กาไปแล้วว่ากทม.มี ส.ส. 33 คน 33 เขต แล้วการเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายนนี้ หากเราอยากกาเพื่อเปลี่ยนอีกสักหนึ่งครั้ง ให้กรุงเทพฯ มีงบประมาณที่โปร่งใสมากยิ่งขึ้น มีข้อบัญญัติที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น มีผู้นำเมืองที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง มีความทะเยอทะยาน มีวิสัยทัศน์ มีทีมบริหารที่พร้อม ทำไมเราจึงจะกาเพื่อเปลี่ยนอีกครั้งไม่ได้ และการกาเพื่อเปลี่ยนอีกครั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ บัตรใบสีเขียวต้องกาเบอร์ 10 และขอให้กา สก. พรรคประชาชนทั้ง 50 เขต

“ขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 7 วันเท่านั้น วันที่ 28 มิถุนายนนี้ตื่นแต่เช้า อยากให้ชาวกรุงเทพฯทุกคน อย่าออกจากบ้านไปแค่ความรู้สึกว่าไปเลือกผู้ว่าฯ สักคนที่เราแค่มั่นใจว่าเขาทำงานกับเราได้ แต่สิ่งที่ที่สำคัญกว่านั้น คือ ความรู้สึกในการก้าวเท้าออกจากบ้านไปกาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง กาเพื่อการเมืองที่ดีกว่าเดิม เราตั้งใจจะเข้าไปพิสูจน์ฝีมือให้ประชาชนเห็น ใครที่เคยผิดหวังกับการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครั้งนี้เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลังร่วมกัน ขอให้กาเพื่อเปลี่ยนอีกหนึ่งครั้ง ก็ให้อาจารย์โจ และสก. ของพรรคประชาชนทั้ง 50 เขตผมให้คำมั่นสัญญาในฐานะหัวหน้าพรรคว่าหากได้อาจารย์โจ ทีมบริหารพรรคประชาชน และ สก.ทั้ง 50 เขตเข้าไป สีส้มทั่วทั้งจังหวัดเราสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน“ นายณัฐพงษ์ กล่าว