หน้าแรก การเมือง นายกฯนำครม.แจ...

นายกฯนำครม.แจงของบ 2.9 ล้านล้าน ยัน สร้างประวัติศาสตร์ พาประเทศหลุดกับดัก

8.06.17 | 17:31 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ในวาระแรก ตามที่ครม.เสนอมา มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุแห่งประเทศไทย ช่อง 11 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต่อที่ประชุมว่า วันนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยในการปฏิรูปประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักที่มีอยู่ เช่น ความไม่เป็นธรรม เพื่ออนาคตประเทศจะได้เดินต่อไปได้ หลักการของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2561 จำนวน 2.9ล้านล้านบาท เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นมีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2561 ในการจ่ายเงินของแผ่นดิน เป็นความพยายามของรัฐบาลในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้สอดคล้องสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ให้งบประมาณแผ่นดินเป็นเครื่องมือภาครัฐขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลให้ เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสุดแก่ประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ยืนยันว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 เป็นความตั้งใจ และความพยายามของรัฐบาลในการวางแผนและจัดทำงบประมาณอย่างรอบคอบโปร่งใส ไม่ใช่ไปบังคับให้ทำเพื่อสืบอำนาจ คสช. เราต้องชี้แจงให้ประชนเข้าใจว่า ต้องกระจายความเจริญให้เท่าเทียมกันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกสนช.จะรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้รัฐบาลยึดเป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะนั้น วันนี้ประเทศมีขยะตกค้างจำนวนมากและจะต้องหาวิธีการจัดการ ส่วนการนำขยะเปลี่ยนเป็นพลังงานนั้น รัฐบาลทำมาตลอด แต่ติดปัญหาเรื่องก่อสร้างโรงงานขยะ ที่บางครั้งทำประชาวิจารณ์ไม่ผ่านซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร วันนี้จึงขอให้ทุกคนลดปริมาณขยะ ทั้งนี้ เราได้คุยกับห้างร้านขนาดใหญ่ 30 กว่าบริษัท รณรงค์ให้งดใช้ถุงพลาสติกอาทิตย์ละ 2 วัน

ในด้านการบริหารทรัพยากรน้ำและการจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัตินั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้พยายามแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยทำตามแผนบริหารจัดการน้ำทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนอย่าตำหนิมากนัก เพราะระบบการระบายน้ำของเราแย่ที่สุดตั้งแต่มีมา ถ้าฝนตกเกินปริมาณที่รับได้อย่างไรก็ต้องท่วม วันนี้ทำได้เพียงขอให้น้ำท่วมน้อยที่สุด หรือแก้ไขให้เร็วที่สุด จากใช้เวลาแก้ไขเป็นวันเปลี่ยนเป็นใช้เวลาแก้ไขเป็นชั่วโมง ทำได้เท่านี้ ดังนั้น เราต้องไปแก้ไขที่ผังเมือง ซึ่งวันนี้สั่งให้กทม.แก้ไขปัญหาทำโรงสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตามแนวคลองเปรมประชากร ผังเมืองเราแน่นเกินไปจึงต้องขยายเมืองรอบนอกออกไป ไม่ใช่ย้ายเมือง

ส่วนการปฏิรูปตำรวจนั้น วันนี้มีแนวคิดการปฏิรูปตำรวจกี่แนวคิด ถามว่าถ้าตำรวจแย่มากจะอยู่กันได้หรือไม่ ถ้าเสนอให้กระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นขอถามว่าวันนี้ท้องถิ่นเข้มแข็งแล้วหรือไม่ หากอนาคตมีตำรวจท้องถิ่นแล้วเกิดรบกันเองจะทำอย่างไร เรื่องนี้ต้องเดินไปทีละขั้นหรือไม่ ไม่แน่ใจ รวมถึงข้อเสนอแยกงานสอบสวน ขอให้ทุกคนช่วยคิดด้วย นอกจากนี้ กรณีปัญหาการแต่งตั้ง หากหาได้ว่าใครจ่ายเงินเพื่อโยกย้ายตำแหน่งผมจะตรวจสอบ

Advertisement

จากนั้น ที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกสนช.จำนวน 20 คนสลับกันลุกขึ้นอภิปราย โดยสมาชิกอภิปรายสนับสนุนในหลักการของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี พ.ศ.2561 เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบรรยากาศเป็นอย่างราบรื่นไร้เหตุวุ่นวาย โดยนายนิพนธ์ นาราพิทักษ์กุล สนช. ได้อภิปรายเสนอว่า อยากให้เน้นงบประมาณให้กระทรวงมหาดไทยให้มากขึ้น เพราะ อย่างในระดับจังหวัดผู้ว่าฯมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชนตามงานที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ และจากหน่วยงานต่างๆ จึงควรให้มีงบในการจัดการแก้ปัญหาเพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนมากขึ้น

ขณะที่ นายวิทยา ฉายสุวรรณ สนช. อภิปรายว่า ขอถามว่าจะแก้ปัญหาเรื่องระบบสาธารณูปโภค ที่สำนักงบประมาณปล่อยให้หน่วยงานราชการค้างค่าสาธารณูปโภคตั้งแต่ปี 2545 ได้อย่างไร ทั้งกระทรวงต่างๆ กทม. และหน่วยงานอื่นๆไม่ยอมจ่ายค่าไฟ ซึ่งบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของสำนักงบประมาณที่ไม่ได้ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ กลับปล่อยให้หน่วยงานรัฐค้างค่าไฟเป็นปีได้ แต่กับประชาชนค้างค่าไฟไม่กี่วันก็ไปตัดไฟแล้ว

ด้าน นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช. อภิปรายว่า ในร่างงบประมาณฯ มีมาตรการลดหนี้เกษตรกรในวงเงินจำนวนมาก แต่ทำไมเกษตรกรจึงยังไม่มีการจับจ่ายใช้สอยก็เพราะเกษตรกรไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ เนื่องจากเงินที่เข้าบัญชีธ.ก.ส.ถูกล็อกไว้ให้นำเงินมาหักหนี้ก่อน ต่อให้รัฐบาลอัดงบไปเท่าไร ก็จะไม่ดีขึ้น ท่อมันตันตรงนี้ ส่วนบัตรสินเชื่อเกษตรกรก็ใช้ซื้อได้แค่ปุ๋ย ที่มีอดีตนักการเมืองมีส่วนร่วมคอยสั่งการ จึงเรียกร้องให้นายกฯปฏิรูปธ.ก.ส.โดยด่วน