ปท.รายได้สูงใน 12 ปี อนุทิน นำทีมประชุมกรอ.นัดแรก ผนึกเอกชนยกระดับขีดความสามารถแข่งขันไทยให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก ลุยตั้ง 4 รองนายกฯเป็นปธ. 4 อนุฯกรรมการ
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้นำข้อเสนอจากการหารือร่วมกับภาคเอกชน 3 เวทีช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 เข้าสู่กลไกกรอ. เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ กำหนดเป้าหมาย ติดตามความคืบหน้า และผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อเสนอทั้งหมดถูกจัดกลุ่มเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. การสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ 2. การส่งเสริมการค้าเอสเอ็มอีและเศรษฐกิจชุมชน 3. การพัฒนาคนและนวัตกรรม 4. การอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ เสียงสะท้อนจากภาคเอกชนให้มีการแก้ปัญหาระยะสั้น ปลดล็อคเชิงระบบ ยกระดับศักยภาพระยะยาว นโยบาย รีอินเวนท์ ไทยแลนด์ (Reinvent Thailand) มุ่งยกระดับ 7 สาขาเศรษฐกิจแห่งอนาคต ได้แก่ เกษตรและอาหารแปรรูป ยานยนต์แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยว ค้าปลีกและการค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ทั้ง 7 สาขาเศรษฐกิจ มีผู้ประกอบการรวมกว่า 273,000 ราย จ้างงาน 11.9 ล้านคน สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนถึง 66% ของรายได้รวมทุกภาคธุรกิจ ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ธุรกิจแห่งอนาคต เมืองแห่งอนาคต และแรงงานแห่งอนาคต เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ มุ่งสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าร้อยละ 3 ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกยังคงรักษาวินัยการเงินการคลัง รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ที่ประชุมเห็นชอบการกำหนดเป้าหมายและกรอบประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี และด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ พร้อมกำหนดเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ (OKR) และตัวชี้วัดชัดเจน การประชุมวันนี้ ได้กำหนดทิศทางและกลไกการขับเคลื่อนชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการมอบหมายภารกิจให้คณะอนุกรรมการ ทั้ง 4 ด้าน รับผิดชอบการผลักดันประเด็นสำคัญ สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จากนี้ไปความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ขอให้คณะอนุกรรมการทั้ง 4 ด้าน ร่วมกัน ขับเคลื่อนภารกิจได้รับมอบหมาย กำหนดเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ชัดเจน ติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและขีดความ สามารถการแข่งขันของประเทศไทยต่อไป
ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพันาไปสู่เป้าหมายได้อย่างชัดเจน และมอบหมายให้จัดทำประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และจัดลำดับความสำคัญประเด็นการขับเคลื่อนทั้งระยะเร่งด่วน (Quick Big Win) และ บิ๊ก วิน ระยะสั้น กลาง และยาว การกำหนดเป้าหมาย (Targets) และตัวชี้วัด (Measurable Indicator) พร้อมทั้งแผนการดำเนินงาน และให้รายงานต่อกรอ.ทุก 2 เดือน
ดังนี้ 1.คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน 3.คณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.อว. เป็นประธาน 4.คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานอนุกรรมการ หากได้ข้อสรุปจากคณะอนุกรรมการต่างๆ และเสนอกรอ. จะได้เดินหน้าการทำงานได้รวดเร็ว เปรียบเสมือนช๊อทคัท (short cut) ให้การทำงานรวดเร็วขึ้น


