หน้าแรก การเมือง ปชน. ยันเดินห...

ปชน. ยันเดินหน้า ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100% ชี้ ผลหารือชัดไม่ขัดศาล รธน. จ่อถกวิป3ฝ่ายหากรอบเวลา

23.06.26 | 12:11 น.

‘พริษฐ์’ ยันเดินหน้า ส.ส.ร. เลือกตั้ง 100% ชี้ ผลหารือศาล รธน. ชัดแล้วไม่ขัดคำวินิจฉัย หวังไม่ยกมาเป็นข้ออ้างปัดตกวาระ 1 ยังไม่ชัดเลื่อนวันพิจารณารอร่างภาคประชาชนหรือไม่ จ่อ ถกวิป 3 ฝ่ายหากรอบเวลา

 

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ​์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพูดคุยของวิป 3 ฝ่ายเพื่อชะลอวันพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่อาจต้องรอร่างของภาคประชาชน ว่า เข้าใจว่าทางภาคประชาชนได้ออกมาแสดงความเห็นว่าอยากให้ร่างของภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างกันรวบรวมรายชื่อ ถูกพิจารณาพร้อมกับร่างของพรรคการเมืองในวาระที่ 1 ทางวิปรัฐบาลเองก็ตอบรับว่าพร้อมจะให้ร่างของภาคประชาชนเข้ามาพร้อมกับร่างของพรรคการเมือง ถ้าเป็นเช่นนั้นตนก็ไม่ขัดข้องเช่นกัน แต่จะเป็นวันไหนต้องมีการหารือร่วมกัน ถ้าเกิดไม่ทันสมัยการประชุมนี้ก็ต้องหารือกันว่าจะเป็นช่วงไหน ในเมื่อมีหลากหลายข้อเสนอการพิจารณาทุกร่างในคราวเดียวกัน ก็น่าจะทำให้เราได้คำนึงถึงความเห็นที่หลากหลายมากที่สุด

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญเรื่องรัฐธรรมนูญตอนนี้คือ ข้อค้นพบใหม่ที่ได้หารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ตกลงแล้วคำวินิจฉัย 18/2568 ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิ์ในการเสนอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากการเลือกตั้งของประชาชน พรรคประชาชนเองวันนี้ก็จะคุยกันในที่ประชุม สส. และยืนยันว่าเราจะผลักดันร่างที่เสนอให้มี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ก็ต้องรอดูท่าทีของพรรคการเมืองอื่นว่าจะมีการทบทวนร่างของตัวเองให้สอดคล้องกับแนวทางนี้หรือไม่

เมื่อถามว่า มองว่าความเห็นต่างเรื่องที่มา ส.ส.ร. อาจสร้างความสับสนให้ สว. จนทำให้สุดท้ายจะไม่ผ่านวาระแรกเลยสักร่างหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีอะไรที่ไปเพิ่มความสับสน ในมุมกลับกัน ดั้งเดิมคำวินิจฉัยที่ 18/2568 มีความคลุมเครือ พอมีประโยคแถมขึ้นมาว่าสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงได้ ตนเห็นว่าเป็นข้อความที่ไม่มีหลักการประชาธิปไตยอ้างอิง ดังนั้น สมาชิกรัฐสภาหลายส่วนอาจมีความสับสนว่าจะตีความประโยคนี้อย่างไร เมื่อได้รับคำอธิบายเพิ่มเติม แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ก็เห็นว่าเป็นการเพิ่มความชัดเจนว่าการเดินหน้าแบบไหนจะขัดหรือไม่ขัด

“ผมเห็นว่าข้อเสนอที่ให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง ตอนนี้ก็ได้รับความชัดเจนแล้วว่าไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หวังว่าจะไม่มีการหยิบยกคำวินิจฉัยดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกข้อเสนอดังกล่าว ในการรับหลักการร่างนี้ในวาระที่ 1” นายพริษฐ์ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคภูมิใจไทยยังยืนยันที่จะใช้ร่างเดิมนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า รอดูท่าทีอย่างเป็นทางการจากพรรคภูมิใจไทย แต่ลองจินตนาการดูว่าพรรคภูมิใจไทยเคยสนับสนุนให้มี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าเป็นคนที่สนับสนุนจริงๆ พอมีข้อมูลใหม่มาปฏิกิริยาที่ควรจะเป็นควรเป็นอย่างไร ถ้าอยากสนับสนุนจริงๆ ก็คงอยากจะมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะนำข้อมูลใหม่มาประกอบการพิจารณาและเดินหน้าให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งอย่างไร มากกว่าการรีบมาปฏิเสธข้อมูลใหม่ดังกล่าว

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะใช้ร่างที่ ส.ส.ร. มาจัดการเลือกตั้ง 100% ร่างเดียวเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงต้องหารือกัน เพราะมี 1 ใน 2 ร่างที่เราเสนอให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ส.ร. 150 คน เมื่อได้แล้วก็จะถูกส่งต่อให้รัฐสภารับรองวันนี้ก็คงจะมีการประชุมกันว่าควรต้องปรับปรุงร่างดังกล่าวหรือไม่ แต่ยึดเป้าหมายหลักว่ายังไงก็ต้องผลักดันร่างที่ให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง 100%

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากรอร่างจากภาคประชาชน อาจจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จไม่ทันปี 2572 นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องกรอบเวลาคงต้องหารือกัน แต่เราเอาหลักการเป็นตัวตั้งก่อน เพราะตอนนี้พรรคประชาชนและวิปรัฐบาลก็เห็นตรงกันว่า อยากให้ร่างของภาคประชาชนและพรรคการเมืองถูกเสนอเข้าพร้อมกันในวาระที่ 1 หากเป็นช่วงก่อนปิดสมัยการประชุมก็จะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม หากจะรอเปิดสมัยประชุมหน้าก็จะเป็นเดือนสิงหาคม มีความแตกต่างกันประมาณ 6 สัปดาห์ ในภาพรวมอย่างไรเราก็ต้องเดินหน้าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต้องมีการหารือกัน