กัน จอมพลัง พาทหารนาวิกโยธิน ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า บุกร้อง บช.สอท. ตรวจสอบคลิปหลุดรับน้องโหด หลังพบรุ่นพี่แชร์ว่อนไลน์กลุ่มคุยกันสนุกสนาน ไร้สำนึก
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง ได้พาทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพเรือ ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า หรือค่ายแสมสาร ค่ายทหารกองพลนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รายหนึ่ง (สงวนชื่อและนามสกุล) ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายจากกรณีถูกรุ่นพี่ซ่อมรับน้องด้วยวิธีการต่างๆ อย่างทารุณ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดี โดยมี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผบก.อก.บช.สอท. ผู้รับเรื่องดังกล่าว
นายกัณฐัศว์กล่าวว่า ภายหลังพบว่ามีการนำภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวไปเผยแพร่ลงในกลุ่มไลน์ที่มีทหารอยู่ร่วมกัน สมาชิกในกลุ่มต่างส่งข้อความแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ไม่มีท่าทีสลดต่อเหตุการณ์โหดร้ายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด จึงพาผู้เสียหายมาร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ตรวจสอบว่าพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวนั้นเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายในข้อหาใดบ้าง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้พลทหารผู้เสียหายเคยนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงแค่คำพูดปากเปล่าว่าจะดำเนินการแก้ไขให้เท่านั้น จึงทำให้ตัดสินใจเดินหน้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจากนายกัณฐัศว์
ส่วนประเด็นความกังวลว่าหากมีการย้ายสังกัดไปอยู่กรมอื่นแล้วจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกหรือไม่ รวมถึงสภาพจิตใจในขณะนี้นั้น ผู้เสียหายระบุว่า ยังคงมีความตั้งใจและอยากกลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามปกติ แต่ก็ยอมรับว่าในใจยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่เช่นกัน
ขณะเดียวกัน จากกรณีที่เกิดขึ้น กองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ย้ายพลทหารผู้เสียหายไปประจำการอยู่กรมอื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำรอยขึ้นอีก เนื่องจากประเมินว่าหากยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กรมเดิม อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นซ้ำได้อีก
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายอยากเรียกร้องให้กองทัพให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหา และไม่อยากให้มีเหตุการณ์รุ่นพี่ทำร้ายร่างกายรุ่นน้องเกิดขึ้นอีก เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดเรื่องร้องเรียนขึ้น ก็มักจะไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของรุ่นพี่แต่อย่างใดเลย

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงแนวทางการดำเนินการของ บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ ภายหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
พล.ต.ต.สุรพงษ์เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาของ บช.สอท.ได้แสดงความห่วงใยต่อกรณีที่เป็นข่าว และได้รับข้อมูลหลักฐานต่างๆ มาจากนายกัณฐัศว์โดยตรง ซึ่งในขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ทีมงานพนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการรวบรวมและค้นหาข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว เพื่อทำการตรวจสอบดูว่ากรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่การสอบสวนของหน่วยงาน บช.สอท.หรือไม่ ตลอดจนการตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของพยานหลักฐานข้อมูลที่ผู้เสียหายได้นำมาร้องทุกข์ว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาโดยชอบและสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะจริงหรือไม่
พล.ต.ต.สุรพงษ์กล่าวว่า ขั้นตอนแรกนี้จะต้องทำการรวบรวมรายละเอียดต่างๆ ให้มีความครบถ้วนรอบด้านเสียก่อน และหากผลการตรวจสอบพบว่าคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ ก็จะรีบดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างเร่งด่วน พร้อมจะแจ้งความคืบหน้าให้แก่ทีมงานของนายกัณฐัศว์ รวมถึงครอบครัวของผู้เสียหายได้รับทราบในทันที
พล.ต.ต.สุรพงษ์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบพบว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนของหน่วยงาน บช.สอท. ก็จะดำเนินการจัดทำเอกสารและส่งต่อเรื่องราวทั้งหมดไปยังหน่วยงาน หรือผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยชอบตามกฎหมายต่อไป

