หน้าแรก การเมือง กมธ.ที่ดิน จ่...

กมธ.ที่ดิน จ่อเชิญ ‘หน่วยเกี่ยวข้อง-ชัยวัฒน์-ทราย สก๊อต’ ให้ข้อมูลปมทับลาน 25 มิ.ย.

23.06.26 | 16:52 น.

กมธ.ที่ดิน เตรียมเชิญ หน่วยงานเกี่ยวข้อง-ชัยวัฒน์-ทราย สก๊อต ให้ข้อมูลปมอุทยานฯทับลาน 25 มิ.ย.นี้ ยันไม่เห็นด้วยโอนพื้นที่ป่าออกจากเขตอุทยานฯ ชง กรมอุทยานฯ ตั้งคณะทำงานตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ในพื้นที่อุทยานฯ โยน คทช. จัดการที่ดินส่วนขัดแย้ง แจงไม่มีอำนาจสั่ง สปก. ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน ชี้ กษ. ต้องเข้าไปดูแล

เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงแนวทางการทำงานของกมธ.ฯ ต่อกรณีการเพิกถอนพื้นที่ป่าทับลาน ที่อยู่ในกระแสความสนใจของสังคมว่า ขณะนี้มีความคิดเห็นหลากหลายของสังคมในประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะมีหลายประเด็นที่กำลังเป็นดราม่า ในฐานะประธานกมธ. ตนอยากให้สังคมเปิดใจ ฟังความเห็นต่าง เพราะเรื่องความขัดแย้งในที่ดินทับลานเกิดขึ้นมานานแล้ว โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประกาศเขตป่าทับที่ดินทำกินของชาวบ้านที่เป็นชุมชนดั้งเดิม และหลายรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตลอด ยืนยันว่าพื้นที่ที่แบ่งให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(สปก.)ไป ไม่ใช่พื้นที่ป่าสมบูรณ์ แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยดั้งเดิมที่มีลักษณะเป็นชุมชน มีทั้ง บ้าน วัด โรงเรียน และพื้นที่ที่แบ่งให้ สปก. เป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ไม่ใช่การขีดเส้นใหม่แต่อย่างใด

ประธานกมธ.การที่ดิน กล่าวต่อว่า ดังนั้นเพื่อสร้างความชัดเจน และมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในวันที่25มิ.ย.นี้ กมธ.ฯจะเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวมาให้ข้อมูลต่อกมธ.ฯ ได้แก่ กรมอุทยานฯ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(จิสด้า) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือทราย สก๊อต เป็นต้น จากนั้นจะนำข้อเสนอดังกล่าวมาเป็นมติกมธ.ฯ เพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนกลุ่มคัดค้านการปรับเปลี่ยนแนวเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่จะเดินทางมายื่นหนังสือที่รัฐสภา ในวันพรุ่งนี้(24มิ.ย.) ตนจะไปรับหนังสือด้วยตัวเอง และไปพูดคุยเพื่อนำข้อเสนอแนะมาเป็นส่วนหนึ่งของมติกมธ.ด้วย

น.ส.กุลวลี กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ สปก. ก็คงต้องเป็นความรับผิดชอบของ สปก. ตามมติของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ขณะที่พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี และพื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง ที่จะต้องอยู่ในความดูแลของสปก. กมธ.ฯอาจมีแนวทางให้พื้นที่ทั้ง 2 ส่วน ไปอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อจัดสรรเป็นแปลงรวม โดยชาวบ้านไม่มีสิทธิ์ขายที่ดินทำกิน ยกเว้นมอบให้ลูกหลานเท่านั้น โดยตนจะตั้งคณะอนุกมธ.ฯ เพื่อติดตามปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอยู่ในความสนใจของประชาชน ยืนยันว่าตนไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน ที่จะนำเอาพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ และการปรับแนวเขตอุทยาน จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อความเป็นมรดกโลกอย่างแน่นอน เพราะก่อนที่จะมีการประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลก กรมอุทยานฯได้มีการแจ้งกันเขตป่าบางส่วนออกไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งจะมีการผนวกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม ซึ่งทางยูเนสโก้ได้รับทราบในประเด็นดังกล่าว

“ในส่วนของกมธ.ฯจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้ชุมชนสามารถทำกินในที่ดินที่ตัวเองมีสิทธิ์ครอบครอง ขณะเดียวกันก็จะอนุรักษ์พื้นที่ป่าไปพร้อมกันด้วย” น.ส.กุลวลี กล่าว

เมื่อถามว่า พื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่สปก. จะมีการพิสูจน์สิทธิ์อย่างไร ประธานกมธ.การที่ดินฯ กล่าวว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คงต้องเข้าไปดูแล เพราะกมธ.ไม่มีอำนาจในการสั่งการ ส่วนของกรมอุทยานฯ ตนอาจจะเสนอแนะให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ในการใช้ที่ดินในพื้นที่อุทยานฯ

Advertisement

กมธ.ที่ดิน