หน้าแรก การเมือง ‘ราษฎรัมส์’ ค...

‘ราษฎรัมส์’ คัมแบ๊ก! รัวกลองนำย่ำรุ่ง ฉายโฮโลแกรม อ่านประกาศฉบับที่ 1 กลางอนุสาวรีย์ปชต.

23.06.26 | 19:51 น.

‘ราษฎรัมส์’ คัมแบ๊ก! รัวกลองนำย่ำรุ่ง ‘ปลุกผีราษฎร’ ฉายโฮโลแกรม อ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 กลางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) จัดกิจกรรม ‘ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย’ โดยไฮไลต์ได้แก่ การฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 และ การอ่านคำประกาศราษฎร 2569 เพื่อตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ราษฎรต้องได้เลือก สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน

บรรยากาศตั้งแต่เวลา 18.00 น. ที่หน้าแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นักกิจกรรมทางการเมืองในช่วงม็อบราษฎร ปี 2563 ตลอดจนประชาชนหลากหลายช่วงวัย หลั่งไหลเดินทางมารวมตัวที่บริเวณบนฟุตปาธ อาทิ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), นายอานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สามัญชน, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง.สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อดีตหัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ส.ว., นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว อดีตแกนนำเยาวชนปลดแอก, นายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ฯลฯ, นายธีระวัฒน์ มุลวิไล ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2561 ผู้ร่วมก่อตั้งคณะละคร B-Floor Theatre, นางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ว. ตลอดจนกลุ่ม ศิลปะปลดแอก เป็นต้น

กระทั่งเวลา 18.50 น. ราษฎรัมส์ โหมกลองนำขบวน ก่อนที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะเดินข้ามถนนมายังลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ‘อภิวัฒน์สยาม’ ครบรอบ 94 ปี เมื่อเวลาย่ำรุ่ง ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นำอ่านประกาศโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา

Advertisement

จากนั้น ราษฎรัมส์ ทั้ง 4 คน ยืนรัวกลองที่เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปลุกผีราษฎร โดยสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการล้มลงที่ละราย พร้อมกับคราบเลือด โดยด้านหลังของเสื้อยังเขียนข้อความ อาทิ All dream on it People are peace but …, Together with the people by the people, Dream เป็นต้น

ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบมีการขึงผ้าสีขาว แทนจอมอนิเตอร์ รวมถึงมีการตั้งโต๊ะ ’ร่วมลงชื่อ ส.ส.ร.เลือกตั้ง‘, ไม่เอา อำนาจ ส.ว.ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน‘ ของ iLaw และลงชื่อสนับสนุน ’Human Rights Agenda วาระสิทธิมนุษยชนกรุงเทพฯ’ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 ฉายภาพจำลองการอ่านประกาศ โดยผู้ร่วมงานบางส่วนต่างร่วมสแกนคิวอาร์โค้ด ส่งเสียงอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าว คือ ‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทุกคน’ รวมถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ได้แก่

1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

2.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

3.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

4.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน

5.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการดังกล่าวข้างต้น

6.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

โดยเมื่ออ่านประกาศจบ ประชาชนปรบมือดังสนั่น จากนั้นเข้าสู่ช่วง ‘คำประกาศราษฎร 2569’ โดยตัวแทนจากหลากหลายเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสะท้อนประเด็นปัญหา ตอกย้ำเจตจำนงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของราษฎรอย่างแท้จริง

โดยเริ่มจาก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวในหัวข้อ ‘ประชามติกับรัฐธรรมใหม่ สายธารที่ไม่หวนกลับ ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน‘

น.ส.แสงศิริ ตรีมรรคา หรือ ตุ้ย กป.อพช. กล่าวในหัวข้อ ‘เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ : ราษฎรต้องได้เลือก สสร.’

น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ หรือ ทนายเมย์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวในหัวข้อ ’ความหวังหลังกำแพง : 94 ปี ผ่านไป นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังอยู่ในเรือนจำ‘

อีกทั้งยังสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเปลี่ยนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้เป็น ‘ลานราษฎร‘ ประกาศความหวัง จกข้าวเหนียวจ้ำลาบเผื่อ นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาคดี ม.112 และส่งความคิดถึงผู้ที่ยังถูกคุมขังจากการแสดงออกทางการเมืองทุกคน