หน้าแรก การเมือง มายด์ ส่งสาร ...

มายด์ ส่งสาร จี้ ปธ.สภาฯ รอร่างรธน. ฉบับปชช. ย้ำ ยังสู้ ยังหวัง หลังภารกิจปี 63 ยังไม่สำเร็จ

23.06.26 | 22:45 น.

มายด์ ส่งสารประธานสภาฯ ‘จะรอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน’ หรือ ประกาศตนเป็นศัตรูประชาชน?’

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) จัดกิจกรรม ‘ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย’

โดยไฮไลต์ได้แก่ การฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 และ การอ่านคำประกาศราษฎร 2569 เพื่อตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ราษฎรต้องได้เลือก สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน อีกทั้งยังสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเปลี่ยนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้เป็น ‘ลานราษฎร‘ ประกาศความหวัง จกข้าวเหนียวจ้ำลาบเผื่อ นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาคดี ม.112 และส่งความคิดถึงผู้ที่ยังถูกคุมขังจากการแสดงออกทางการเมืองทุกคน

บรรยากาศเวลา 18.50 น. ราษฎรัมส์ โหมกลองนำขบวน ก่อนที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะเดินข้ามถนนมายังลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อ ‘ปลุกผีราษฎร’ รำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ‘อภิวัฒน์สยาม’ ครบรอบ 94 ปี เมื่อเวลาย่ำรุ่ง ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นำอ่านประกาศโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา บริเวณโดยรอบมีการขึงผ้าสีขาว แทนจอมอนิเตอร์ รวมถึงมีการตั้งโต๊ะ ’ร่วมลงชื่อ ส.ส.ร.เลือกตั้ง‘, ไม่เอา อำนาจ ส.ว.ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน‘ ของ iLaw และลงชื่อสนับสนุน ’Human Rights Agenda วาระสิทธิมนุษยชนกรุงเทพฯ’ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 ฉายภาพจำลองการอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าว คือ ‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทุกคน’ รวมถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร

Advertisement

จากนั้น เข้าสู่ช่วง ‘คำประกาศราษฎร 2569’ โดยตัวแทนจากหลากหลายเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสะท้อนประเด็นปัญหา ตอกย้ำเจตจำนงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของราษฎรอย่างแท้จริง

เวลา 20.15 น. มีการปราศรัยในหัวข้อ ‘วันเวลาความหวังของเรา’ โดย นายทองเเสง ไชยเเก้ว หรือ อ๊อด จากสำนักกิจกรรมกิ่งก้านใบ, น.ส.พนมวรรณ นามตาแสง หรือ พิม เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่, นายอภิศักดิ์ ทัศนี หรือ น้ำนิ่งแห่งกลุ่ม Beach for Life สงขลา, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL)

น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า หลายคนต้องจากบ้าน เพราะรัฐนี้ไม่เอื้อให้เขาได้ใช้ชีวิต และมีอีกหลายคนที่ต้องสูญเสียไปก่อนที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ปรารถนาจะได้เห็น

“สิ่งที่เราต่อสู้มาตลอด มายด์เชื่อว่าทุกคนก็ยังเชื่ออยู่ สิ่งสำคัญที่ทำให้เรายังอยู่ตรงนี้ เพราะความฝันเมื่อ 6 ปีก่อน ยังไม่เสร็จ และมีความสูญเสียอีกมากมาย ที่รอชำระ” น.ส.ภัสราวลีเผย

น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อว่า หลายคนมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยความรู้สึกว่า เราต้องทำแทนเพื่อน เชื่อว่าถ้าหลายคนยังอยู่ เขาจะยังทุ่มแรงกาย แรงใจ ใช้ทุกอย่างในชีวิตเพื่อต่อสู้เหมือนเดิม

แต่นี่คือ ‘ภารกิจของคนที่ยังอยู่’ ต้องสานต่อ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา การที่เพื่อนเราหลายคนหายไป ต้องยอมรับว่า แน่นอนมันลดทอนกำลังใจคนที่ยังอยู่ไปบ้าง แต่เราจะไม่ปฏิเสธความเจ็บปวดนี้ แต่เปลี่ยนแปลงเป็นพลัง สู้ต่อไป เพราะสิ่งที่ฝัน ยังทำไม่ได้

“เราพยายามหาทางเพิ่มโอกาส ให้ประชาชนคนธรรมดาได้มีปากมีเสียง บนฐานที่สูญเสียน้อยที่สุด กดดันสภา หาความร่วมมือกับพรรค เสนอกฎหมายด้วยตัวเอง เราทำมาหมดแล้ว เพื่อนบางคนขยับบทบาทไปอยู่ในสภาฯ ไปเป็นสื่อมวลชน ทั้งหมดนี้ เพื่อหวังว่าจะสานฝันนี้ให้สำเร็จให้ได้ แน่นอนว่าทุกคนมีความถนัดต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายังยืนหยัด คือ เรายังคงเชื่อเช่นเดิม”
น.ส.ภัสราวลีกล่าว

มายด์

น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญของม็อบ ไม่ใช่คนจำนวนเรือนแสนบนถนนเท่านั้น แต่คือ การอดทน ยืนระยะให้นานพอ ตนเชื่อว่าผู้มีอำนาจที่ไม่ยอมให้ประชาชนมีสิทธิ มีเสียง เลือกกดปราบ แทนที่จะถกเถียงอย่างมีเหตุมีผล และไม่กล้าเสียสละความสุขของตัวเอง อย่างที่พวกเราเสีย

เราพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งแรงกาย แรงใจ และแรงสมองที่มี ‘การเสนอร่าง ส.ส.ร. เลือกตั้ง 100 %’ เป็นเครื่องมือสำคัญที่เราพยายามแล้วในการสู้ในกลไกอย่างสันติ สู้กับคนที่ไม่เชื่อว่าประเทศนี้เป็นของประชาชน

“หลักแสน เราก็ทำมาแล้ว กับแค่เสนอร่างขั้นต่ำ 50,000 รายชื่อ เราทำได้แน่ๆ แต่ประธานสภาฯ ตอนนี้ กำลังจะบรรจุร่างฯ โดยไม่รอร่างฯ ของประชาชน”

“ด้วยแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี ขอส่งสาร ไปยังประธานสภาฯ คุณโสภณ ซารัมย์ ขอให้รอร่างประชาชนเสียก่อน ถ้าหากไม่รอ นั่นเท่ากับว่า คุณไม่ได้เชื่อว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ” น.ส.ภัสราวลีกล่าว และว่า ความหวังเป็นสิ่งที่ไม่ตาย

มายด์