คนรุ่นใหม่ ปลุกคนไทยปกป้องแผ่นดิน หยุด EEC ก่อนเป็นพลเมืองชั้น 2 ในประเทศตัวเอง
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) จัดกิจกรรม ‘ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย’
โดยไฮไลต์ได้แก่ การฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 และ การอ่านคำประกาศราษฎร 2569 เพื่อตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ราษฎรต้องได้เลือก สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน อีกทั้งยังสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเปลี่ยนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้เป็น ‘ลานราษฎร‘ ประกาศความหวัง จกข้าวเหนียวจ้ำลาบเผื่อ นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาคดี ม.112 และส่งความคิดถึงผู้ที่ยังถูกคุมขังจากการแสดงออกทางการเมืองทุกคน

บรรยากาศเวลา 18.50 น. ราษฎรัมส์ โหมกลองนำขบวน ก่อนที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะเดินข้ามถนนมายังลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อ ‘ปลุกผีราษฎร’ รำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ‘อภิวัฒน์สยาม’ ครบรอบ 94 ปี เมื่อเวลาย่ำรุ่ง ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นำอ่านประกาศโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา บริเวณโดยรอบมีการขึงผ้าสีขาว แทนจอมอนิเตอร์ รวมถึงมีการตั้งโต๊ะ ’ร่วมลงชื่อ ส.ส.ร.เลือกตั้ง‘, ไม่เอา อำนาจ ส.ว.ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน‘ ของ iLaw และลงชื่อสนับสนุน ’Human Rights Agenda วาระสิทธิมนุษยชนกรุงเทพฯ’ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 ฉายภาพจำลองการอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าว คือ ‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทุกคน’ รวมถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร
จากนั้น เข้าสู่ช่วง ‘คำประกาศราษฎร 2569’ โดยตัวแทนจากหลากหลายเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสะท้อนประเด็นปัญหา ตอกย้ำเจตจำนงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของราษฎรอย่างแท้จริง ก่อนที่ ‘วงสามัญชน’ บรรเลงดนตรี ขับขานเพลง ’ฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ‘ เพื่อส่งความคิดถึงผู้ต้องหาทางการเมือง ที่ยังคงถูกคุมขัง

จากนั้นเวลา 20.15 น. มีการปราศรัยในหัวข้อ ‘วันเวลาความหวังของเรา’ โดย นายทองเเสง ไชยเเก้ว หรือ อ๊อด จากสำนักกิจกรรมกิ่งก้านใบ, น.ส.พนมวรรณ นามตาแสง หรือ พิม เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่, นายอภิศักดิ์ ทัศนี หรือ น้ำนิ่ง แห่งกลุ่ม Beach for Life สงขลา และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL)
ในตอนหนึ่ง นายอภิศักดิ์ จากกลุ่ม Beach for Life สงขลากล่าวว่า เรากำลังจะสูญเสีย ทะเล ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งการอภิวัฒน์สยาม 2475 ได้บอกเราว่า ‘ประเทศนี้เป็นของราษฎรทั้งหลาย’ และรัฐธรรมนูญที่ดีนั้น จะทำให้เรามีชุมชนที่เข้มแข็งปกป้องฐานทรัพยากรได้
“แต่วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับ 60 ‘สิทธิชุมชน’ มันหายไป มิหนำซ้ำ คสช.ยังประกาศ ‘ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี’ ที่น่ากลัวมากคือ การประกาศ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก ให้ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นระเบียงเศรษฐกิจ และประกาศกฎหมายฉบับพิเศษ คือ ‘พ.ร.บ.EEC’ (พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก)
ทำให้ประชาชนเป็นพลเมืองชั้นสอง ในที่ดินของตัวเอง เพราะมันให้สิทธิพิเศษกับ ‘กลุ่มทุน’ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ นายทุนเช่าที่ได้ 99 ปี
“เราจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ในผืนดินของตัวเอง การขยายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ออกไป จ.ปราจีนบุรี รัฐบาลต้องหยุด คุณเอาน้ำ เอาอากาศ ไปประเคนนายทุนจนหมด สิ่งที่ผมเล่าให้ฟัง มันคือ ‘หายนะทางสิ่งแวดล้อม’ คือหายนะทางการเมือง และประชาธิปไตย มันคือเรื่องเดียวกันที่ผูกโยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“มันไม่ต่างอะไรเลยกับการเป็นเผด็จการ เพราะสามารถทำทุกอย่าง เพื่อเอื้อกลุ่มทุนได้” นายอภิศักดิ์ชี้

นายอภิศักดิ์กล่าวต่อว่า เราขอเรียกร้องให้ทุกคนมาช่วยกัน ‘ปกป้องแผ่นดิน’ ทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ จากกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ ความหวังในการสร้างประชาธิปไตย กระจายทรัพยากร คือความฝันของคนที่เป็น ก๊ะ ม๊ะ อยู่ในชุมชน ไม่ว่าเรื่องแร่ น้ำ อากาศ หรือแม้แต่พี่น้องที่ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลานี้
“ผมไม่เคยคิดว่าขบวนการต่อสู้ทางการเมืองจะแผ่วลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่มันเติบโตขึ้นทุกครั้งที่เราถูกกดขี่ เราอยากเห็น ขบวนการทางการเมืองและประชาธิปไตย เป็นเนื้อเดียวกัน เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพราะคือหลักประกันเดียว ที่ทุกคนจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน” นายอภิศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

