หน้าแรก การเมือง กมธ.วุฒิบี้ 2...

กมธ.วุฒิบี้ 2 หน่วยงาน ไล่วัดป่าดังรุกที่ 745 ไร่ หลังศาลสั่ง 10 ปีแล้วไม่ออก ลั่นพวกหัวหมอ ปล่อยไม่ได้

24.06.26 | 14:58 น.

กมธ.วุฒิบี้ 2 หน่วยงาน ไล่วัดป่าดังรุกที่ 745 ไร่ หลังศาลสั่ง 10 ปีแล้วไม่ออก ลั่นพวกหัวหมอ ปล่อยไม่ได้ 

วันที่ 23 มิถุนายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา  พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับกรณีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของวัดร่มโพธิธรรม ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกรมป่าไม้ ปฏิรูปที่ดิน จ.เลย กรมบังคับคดีเข้าร่วมชี้แจง

นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่า กล่าวว่า กรณีวัดร่มโพธิธรรม เป็นกรณีที่เกิดปัญหาและมีการร้องเรียนมาอย่างยาวนาน ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบการบุกรุกเพิ่มเติม โดยจากการจับพิกัด พบว่าวัดได้ยึดถือครอบครองพื้นที่เกินกว่าเอกสาร น.ส.3 โดยมีพื้นที่ที่ถูกยึดครองรวมทั้งหมด 745 ไร่ ซึ่งได้ดำเนินคดีทางกฎหมายตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา โดยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา มีคำพิพากษาว่า วัดบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าภูค้อ-ภูกระแต) และพื้นที่ป่า รวม 745 ไร่ พร้อมสั่งเจ้าอาวาส ไวยาวัจกร พร้อมด้วยคนงานให้ออกจากพื้นที่ เมื่อปี 2560 แต่ผ่านมากว่า 9 ปี นับจากศาลฎีกามีคำพิพากษา การบังคับคดีพบอุปสรรคจากการประวิงเวลาและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างอาคารที่พักจากเดิมมีแค่ 40 กว่าหลัง แต่จากการตรวจสอบล่าสุดมีทั้งสิ้น 1,394 หลัง กลายเป็นที่ปักหลักของชาวต่างชาติรวม 22 สัญชาติ อาศัยอยู่ร่วม 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและเวียดนาม แบ่งเป็นพระต่างชาติราว 182 รูป แม่ชีและฆราวาสอีกประมาณ 400 ชีวิต

ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า อยากให้ทุกหน่วยงานให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวลจนเจ้าหน้าที่ต้องเหนื่อยไม่สิ้นสุด โดยต้องแยกแยะให้ออก วันนี้เราไม่ได้ทำลายพุทธศาสนา ตนบวชมา 3 รอบแล้ว แต่วันนี้ความมันปรากฏชัดว่าป่าสงวนถูกบุกรุกกลายเป็นเมืองขนาดย่อมไปแล้ว จะปล่อยให้พวกหัวหมอบิดเบือนข้อกฎหมายลอยนวลมาจะ 10 ปีแบบนี้ไม่ได้ มันไม่แฟร์กับสังคม พร้อมจี้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับราษฎร 6 ราย (7 แปลง) ที่แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่เพื่อออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 โดยมิชอบทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวน (ซึ่ง ส.ป.ก. ได้เพิกถอนแล้ว) ย้ำชัดหากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. คนไหนมีเอี่ยวร่วมขบวนการ ต้องโดนด้วย รวมทั้งแนะให้ส่งเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทันที เพื่อตรวจสอบและยึดทรัพย์ขบวนการนี้ให้สิ้นซาก