หน้าแรก การเมือง พีระพันธุ์ แฉ...

พีระพันธุ์ แฉต้นตอค่าไฟแพง จี้รัฐรื้อทั้งระบบ ชี้คนไทยแบกภาระกำไร 2 เด้ง

24.06.26 | 18:51 น.

พีระพันธุ์ จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ ชี้ประชาชนแบกหมด! โดน “กำไร 2 เด้ง” พ่วง “ค่าพร้อมจ่าย” เฉียดล้านล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือน “ขนมชั้น” ที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า หลายคนเข้าใจผิดว่ากระทรวงพลังงานดูแลเรื่องค่าไฟทั้งหมด แต่ความจริงแล้วการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงพลังงาน มีหน้าที่เพียงผลิตไฟฟ้าเท่านั้น ขณะที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งอยู่ใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่จำหน่ายไฟให้ประชาชน และโครงสร้างนี้เองที่ทำให้ประชาชน “โดนกำไรสองเด้ง” เพราะ กฟผ.บวกกำไรครั้งแรกเมื่อขายไฟให้ กฟน. และ กฟภ. จากนั้นทั้งสองหน่วยงานก็บวกกำไรอีกทอดก่อนขายต่อให้ประชาชน

ส่วนกรณีค่าไฟทางหลวงและไฟสาธารณะ นายพีระพันธุ์อธิบายว่า อดีตเคยมีมติ ครม.ยกเว้นให้หน่วยงานที่ดูแลถนนไม่ต้องจ่ายค่าไฟ จึงไม่มีการตั้งงบประมาณมารองรับ แต่ในทางปฏิบัติ กฟน.และ กฟภ.ยังต้องจ่ายค่าไฟส่วนนี้ให้ กฟผ.อยู่ดี ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจึงถูกนำมาเฉลี่ยรวมไว้ในบิลค่าไฟของประชาชนในที่สุด

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าไฟแพงไม่ใช่ค่าไฟถนน หรือค่า Adder (เงินส่วนเพิ่มที่รัฐจ่ายบวกให้จากค่าไฟฐานปกติ) ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 10 กว่าสตางค์ต่อหน่วยเท่านั้น แต่คือ ค่าพร้อมจ่าย (AP) ที่ประชาชนต้องจ่ายให้โรงไฟฟ้าเอกชน แม้โรงไฟฟ้าเหล่านั้นจะไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟก็ตาม โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายส่วนนี้สูงถึง 50-60 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อคิดรวมตลอดอายุสัญญา 20 ปี อาจมีมูลค่าสูงเกือบ 1 ล้านล้านบาท

นายพีระพันธุ์กล่าวอีกว่า ตนเคยเสนอให้นำกำไรรวมของ 3 การไฟฟ้า ซึ่งอยู่ที่ราว 50,000 ล้านบาทต่อปี มาช่วยรับภาระค่าไฟสาธารณะที่ตกปีละประมาณ 16,000-17,000 ล้านบาท แทนการผลักภาระไปให้ประชาชน แต่แนวทางนี้ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า สัญญารับซื้อไฟฟ้าบางฉบับไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ แม้แต่ผู้กำกับดูแลโดยตรงก็ยังเข้าถึงข้อมูลได้อย่างจำกัด จึงเห็นว่าหากต้องการแก้ปัญหาค่าไฟอย่างแท้จริง จำเป็นต้องแก้กฎหมายและรื้อโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ

Advertisement