หน้าแรก การเมือง หมอวรงค์ ฉะเผ...

หมอวรงค์ ฉะเผด็จการรัฐสภา ปธ.โสภณ ห้ามพูด TH-AI ยันติดใจล็อกสเปก

25.06.26 | 12:37 น.

‘หมอวรงค์’ โอด เพิ่งเคยเจอเผด็จการรัฐสภาจากการเลือกตั้ง หลังถูกเบรกไม่ให้อภิปราย ถาม TH-AI Passport เอื้อประโยชน์ให้บ.เอกชนหรือไม่ เตือน หากเดินหน้าต่อระวังซ้ำรอยจำนำข้าว เผย จ่อยื่น ป.ป.ช. 26 มิ.ย.นี้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงภายหลัง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เบรกไม่ให้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ พ.ศ. … ต่อในสภาฯ ว่า ตนเพิ่งเคยเจอเผด็จการรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ในอดีตที่ผ่านมา ตนไม่เคยถูกปิดปาก ฉะนั้น ตนจึงขอมาสรุปประเด็นว่าโครงการ TH-AI Passport เป็นโครงการที่เอื้อประโยชน์ ล็อกสเปกให้กับบริษัทเอกชน ซึ่งตนได้พูดในห้องประชุมไปแล้วว่ามีบริษัทเอกชนเจ้าไหนบ้าง และพัวพันไปที่บริษัท Plan B และหัวใจสำคัญคือ TOR ซึ่งตนได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า TOR ในเล่ม หัวข้อที่ 4 ได้พูดถึงขอบเขตการดำเนินงาน เป็นการดำเนินการสภาพบังคับที่จะต้องมีจอที่กำลังเป็นข้อกังขา หรือจอในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสิ่งนี้ย้อนแย้งที่ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เคยกล่าวว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้ และถูกโยงไปถึงการส่งมอบสิ่งของ แปลว่าหากไม่ทำตามหัวข้อที่ 4 จะไม่สามารถรับเงินได้ ซึ่งจอต่างๆ ที่ตนได้พูดไปจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมอบเงิน

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนพยายามจะพูดในสภาถึงประเด็น TOR ในการกำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมีจอดิจิทัลทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัดตามแหล่งธุรกิจ 400 จุด และกำหนดว่าจะต้องมีจอในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา ตนต้องการจะสื่อสารว่าหัวใจสำคัญอยู่ที่จอในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นได้ในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อที่มีจอสมบูรณ์ เท่ากับว่าร้านสะดวกซื้อมีจอตรงตามที่ TOR กำหนดไว้

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนได้ไปสืบค้นในบริษัท PlanB พบว่า ในเว็บไซต์เขียนไว้ชัดเจนเรื่องการโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งได้ระบุว่าปัจจุบันบริษัทได้มีการให้บริการโฆษณาสื่อในร้านสะดวกซื้อ โดยมีสาขาที่มีจอ 2,000 สาขา เท่ากับว่าจอต่างๆ แม้จะอยู่ในร้านสะดวกซื้อก็ถูกบริหารโดยบริษัท PlanB ตนจึงตั้งคำถามว่าเป็นการออก TOR เพื่อเอื้อประโยชน์ หรือล็อกสเปกให้กับบริษัท PlanB หรือไม่

Advertisement

นพ.วรงค์ กล่าวด้วยว่า ตนไม่ได้กล่าวหาบริษัท PlanB แต่กล่าวหารัฐที่ออก TOR เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเดียวเท่านั้น และสามารถประมูลโครงการ TH-AI Passport ในครั้งนี้ แม้รัฐมนตรีดีอีฯ จะยืนยันว่า ตนไม่ได้รับรู้ เป็นเรื่องของราชการ แต่สิ่งที่ตนได้อภิปรายไปถือเป็นเป็นการเตือนรัฐบาลแล้ว หากยังไม่สนใจอีก ขอให้ดูโครงการจำนำข้าวในอดีต ที่สุดท้ายแล้วนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ได้บอกว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ศาลเชื่อการอภิปรายในสภา สุดท้ายศาลฏีกาตัดสินว่านายกฯ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ดังนั้น เรื่องนี้ก็เหมือนกันหากยังเดินหน้าต่อก็จะโดนข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเช่นเดียวกัน จึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีที่เคยกล่าวไว้ว่าจะปราบทุจริต หากจะปราบจริงต้องเปิดพื้นที่ในสภาให้เป็นพื้นที่ในการตรวจสอบ ดังนั้น ในวันที่ 26 มิถุนายน ผมจะนำข้อมูลทั้งหมดไปยื่นต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” นพ.วรงค์กล่าว