แทนคุณ ร้องกมธ.การเงิน สอบ 4 บ. เอี่ยวโบรกเกอร์ Forex อ้าง ‘ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ’ สัมพันธ์ใกล้ชิด พร้อมจี้รัฐออกมาตรการกันความเสี่ยงปชช.
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่รัฐสภานางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงินการคลัง คนที่ 1 รับเรื่องร้องเรียนจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความ เพื่อขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับ โบรกเกอร์ Forex และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายคน หลังจากนี้กรรมาธิการจะไปหารือกันว่าจะเชิญหน่วยงาน และบุคคลใดเข้ามาชี้แจงบ้าง
โดยนายแทนคุณ กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบตลาดการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ หรือ Forex เพราะมีผู้ที่ถูกให้หลอกลวงลงทุนจากโบรกเกอร์ที่ผิดกฎหมายหลายคน และธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ได้มีกฎหมายรองรับ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ได้และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ตรวจสอบขยายผลไปยังกลุ่มมิจฉาชีพและ สแกมเมอร์ ที่ใช้ช่องทางดังกล่าวฟอกเงิน ส่งผลต่อระบบการเงินการคลัง ของประเทศไทย
โดย ดีเอสไอยังได้อายัดทรัพย์สินมีทั้งนักการเมือง ศิลปิน อย่างนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตนักแสดง ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ดังกล่าว ปัจจุบันมีความเสียหายหลาย 1,000 ล้านบาท และดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ และจะแจ้งข้อกล่าวหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย เนื่องจากพบพฤติกรรมที่โฆษณาชวนเชื่อ แม้จะกล่าวอ้างว่า ไม่ได้มีการชักชวน แต่เมื่อมีการหลอกลวงทำให้เสียหาย ก็จะเข้าข่ายความผิด
ซึ่งตนเห็นว่าควรพิจารณาฐานความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนด้วย ตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ พร้อมขอให้กรรมาธิการหามาตรการคุ้มครองผู้เสียหาย อาทิ มาตรการติดตามเส้นทางการชำระเงิน ที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการลงทุนในต่างประเทศ และเหตุใดประชาชนโอนเงินไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง และหน่วยงานใดมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรณีนี้ และรัฐบาลมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงของประชาชนเพียงพอหรือไม่ หากแพลตฟอร์มต่างประเทศถูกขึ้นบัญชีเตือนในต่างประเทศ แต่คนไทยยังสามารถเข้าถึงได้
ขณะที่ นายวิฑูรย์ ทนายความซึ่งเป็นตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า โบรกเกอร์ 4 บริษัท ประกอบด้วย HFM ,QRS โกลบอล ,Gfox , Eterwealth และเสนอว่าให้ติดตามอีก 1 แห่งเพิ่มคือ IQ option ที่มีการเทรดในลักษณะการพนัน ที่รัฐบาลยังไม่มีการตรวจสอบ โดยเสนอแนะกมธ.ศึกษาเกี่ยวกับระบบชำระเงิน เพราะนโยบายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและปปง.กำหนดไว้ ในการตรวจสอบบริษัทที่เป็นนายหน้า ที่อาจจะมีการดำเนินธุรกิจไม่ตรงกับที่จดทะเบียน




