หน้าแรก การเมือง สส.ภูมิใจไทย ...

สส.ภูมิใจไทย แห่ประท้วง หมอวรงค์ เปิดบริษัทประมูลTH-AI โสภณปิดไมค์ไม่ให้พูด 

25.06.26 | 12:24 น.

สส.ภูมิใจไทย แห่ประท้วง หมอวรงค์ เปิดบริษัทประมูลTH-AI โสภณปิดไมค์ไม่ให้พูด 
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายว่า รายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1.64 พันล้านบาทส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าราคากลางของโครงการดังกล่าวมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมในการเสนอ 2 บริษัทคือ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัทยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมี 3 บริษัทเข้าร่วมประมูล ซึ่งบริษัทยูไนเต็ดฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวด้วย แต่บริษัทที่ชนะประมูล คือ กิจการร่วมค้าทีเอช ที่เสนอราคา 1.62 พันล้านบาทและได้ทำสัญญาจ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม จากที่ตนตรวจสอบพบบริษัทที่เข้าร่วมประมูล 1 รายมีที่ตั้งเป็นบ้านพักอาศัย มีที่จอดรถเพียง 1 คัน แต่กลับเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดพันล้านบาทได้

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับกิจการร่วมค้าทีเอช มี 2 องค์กรหลักคือ บริษัท เทิร์นคีย์ที่มีชื่อเป็นบริษัทที่ร่วมสืบราคากลาง และบริษัทฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด หลังจากเกิดกระแส ปลัดกระทรวงดีอีได้ทำประชาพิจารณาพบว่าตัวแทนของกิจการร่วมค่าทีเอชได้เข้าร่วมชี้แจง ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฮิวแมน และเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและพันธมิตรธุรกิจบริษัทแพลน บี

“ผมอยากให้ทำความรู้จักกับบริษัทฮิวแมน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ชนะประมูล พบการถือหุ้นของนาย ป.ปลา ที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี เป็นอันดับสอง 23.82% คิดเป็น 1,095 ล้านหุ้น และขณะนี้เป็นเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแพลนบี และ นาย พ.พานที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี 1.64% คิดเป็น 5.3หมื่นหุ้น และที่สำคัญบริษัทฮิวแมน สำนักงานตั้งอยู่ที่บริษัทแพลนบี ถนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งทำให้เห็นว่าบริษัทที่ชนะประมูลมีความเกี่ยวเนื่องและเกี่ยวข้องกับบริษัทแพลนบี ขณะที่ทีโออาร์ของโครงการ TH-AI Passport มี 17 หัวข้อ 33 หน้า ข้อที่สำคัญคือ ข้อที่ 4 ขอบเขตดำเนินการที่มีสภาพบังคับต้องมี ที่เชื่อมโยงไปที่ข้อที่ 8 ว่าด้วยการชำระเงินที่แบ่งเป็น 5 งวด งวดละ 20%” นพ.วรงค์ กล่าว

ระหว่างนี้มีสส.พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะทุกครั้งที่นพ.วรงค์ พูดถึงโครงการ TH-AI Passport ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า ตนฟังการอภิปรายอยู่เรื่องรายละเอียดเอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้พูดในหลักการก่อน

Advertisement

ด้านนพ.วรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการใช้เงินภาษีประชาชนด้วยความโปร่งใส ตนกำลังช่วยรัฐบาล ตนไม่ได้มีเจตนาต้องการไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าตนจะไล่รัฐบาลจะเก็บเรื่องนี้ไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ และเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลถ้าฟังให้จบ

จากนั้นน.ส.นันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วง จึงทำให้นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สภาจะอยู่ได้อย่างไร กลัวอะไรกันนักกันหนา เรื่องนี้ประชาชนสนใจทั้งประเทศ

ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า นพ.วรงค์ก็ต้องเคารพข้อบังคับของการประชุม ที่นพ.วรงค์บอกว่ากลัวอะไรนั้น คงไม่มีใครกลัว เมื่อมีผู้ประท้วงยกมือขึ้นตนก็ต้องอนุญาตให้ประท้วง แล้วนพ.วรงค์ มาโต้ตอบว่ากลัวอะไรนักหนาซึ่งนี่คือผิดข้อบังคับ ฉะนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับ จึงวินิจฉัยให้นพ.วรงค์สรุปประเด็น

โดยนพ.วรงค์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนอภิปรายเป็นการโยงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ซึ่งตนได้สรุปให้เห็นว่าส่วนหนึ่งความไม่โปร่งใสเกิดจากบริษัทและ TOR ซึ่งที่โยงให้ฟังคือข้อ 4 และ 8 ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังประชุมเรื่องการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ฉะนั้นประเด็นทุจริตพูดได้ถ้าเฉพาะเป็นเรื่องที่ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า แต่ท่านเลยไปจนถึงรายละเอียด เมื่อประธานวินิจฉัยถือว่าเป็นที่สิ้นสุด

จากนั้น นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ลุกขั้นประท้วงประธานตามข้อบังคับข้อที่ 9 เพื่อให้ควบคุมการประชุม เนื่องจากวาระการประชุมของร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ พวกเราต้องอภิปรายสนับสนุนเห็นค้านหรือเห็นต่างจากตัวหลักการจากตัวละครและเหตุผล ซึ่งตนก็รอฟัง และท่านผู้อภิปรายก็พูดเรื่อยๆ และการพูดทุกอย่างที่ไม่ได้อยู่ในหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ เลย จึงขอให้ประธานควบคุมการประชุม

ขณะที่ประธานในที่ประชุม กล่าวย้ำว่า ได้อธิบายไปแล้วว่าให้ผู้อภิปราย อภิปรายอยู่ในขอบเขตของวาระที่ปรึกษาหารือ ซึ่งหากยังพูดประเด็นนอกเหนือต่อไป จะไม่อนุญาตให้พูด พร้อมขอให้นพ.วรงค์พูดประเด็นอื่น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่อนุญาตให้พูด

นพ.วรงค์ กล่าวว่า สุดท้ายแล้วต้องการจะสื่อสารว่า โครงการนี้มันไม่โปร่งใส เป็นการล็อกสเปก เป็นการเอื้อประโยชน์ที่ต้องการสื่อเพียงเท่านี้ พร้อมถามกลับไปยังประธานสภาว่า เป็นแบบนี้สามารถพูดได้หรือไม่ โดยประธานตอบกลับว่า หากท่านบอกว่าโครงการนี้ไม่โปร่งใส ล็อกสเปกก็เป็นความเห็นของนพ.วรงค์ ส่วนจะจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่การที่นพ.วรงค์พูดออกไปเป็นคำพูดที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ก็เป็นการพูดใส่ร้ายว่าโครงการนี้ล็อกสเปกหรือไม่โปร่งใส เมื่อสักครู่ท่านประธานเหมือนจะกล่าวหาว่าตนใส่ร้าย ขอย้ำว่าตนมีหลักฐาน แต่ประธานไม่ให้ฉาย

จากนั้นประธานสภา ได้ปิดไมค์ นพ.วรงค์ พร้อมกล่าวว่า ก็บอกว่าวันนี้ที่ไม่ให้ใช้ไม่ใช่วาระ ดังนั้นจึงขอวินิจฉัยว่า ให้จบการอภิปราย เพราะไม่ใช่ที่มาเถียงกันแบบนี้ คำวินิจัยของประธานถือว่าสิ้นสุด ผมขอให้คุณหยุดอภิปราย