หน้าแรก การเมือง กมธ.ที่ดิน แถ...

กมธ.ที่ดิน แถลงปมป่าทับลาน ดึง ‘ชัยวัฒน์’ ร่วมตรวจสิทธิรายแปลง ด้าน ‘สุชาติ’ ปัดเอื้อนายทุน

25.06.26 | 14:42 น.

กมธ.ที่ดิน แถลงหลังถกปมเฉือนป่าทับลาน “ชัยวัฒน์-มูลนิธิสืบฯ” บอกสบายใจ หลัง รมว.การันตี ไม่ใช้โมเดลนี้กับป่าอื่น พร้อมดึงร่วม คกก.ตรวจสอบสิทธิรายแปลง ด้าน “สุชาติ” ปัดเอื้อนายทุน ยํ้า ไม่เล็ดลอดสายตาแน่นอน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่รัฐสภา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แถลงผลการประชุม กมธ. หลังพิจารณาผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

น.ส.กุลวลีกล่าวว่า วันนี้ กมธ.ได้เชิญหลายหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยในเรื่องของทับลาน ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ กลุ่มนักอนุรักษ์ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ ซึ่งตั้งแต่ตนเองเป็น ส.ส.มา 6-7 ปี ใน กมธ.ไม่เคยมีรัฐมนตรีท่านไหนมาชี้แจง วันนี้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ มาชี้แจงด้วยตัวเอง ทำให้คลายความกังวล คลายความสงสัยในหลายๆ หน่วยงาน

น.ส.กุลวลีกล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญ ในเรื่องของการพิสูจน์สิทธิ รัฐมนตรีก็ได้มีการชี้แจงว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งได้เชิญนายชัยวัฒน์เป็นคณะที่ปรึกษาของกรรมาธิการของตนเอง และในที่ประชุมได้พูดคุยว่า ในสัดส่วนที่รัฐมนตรีได้มีการตั้งคณะกรรมการเมื่อวานนี้ จะขอเพิ่มสัดส่วนจากกรรมาธิการที่ดินไป 1 คน ซึ่งจะให้นายชัยวัฒน์ไปอยู่ในคณะกับรัฐมนตรีด้วย ไปร่วมกันตรวจสอบ

น.ส.กุลวลีกล่าวว่า ส่วนประเด็น ส.ป.ก. รัฐมนตรีเองยืนยันว่า ที่บอกว่าบวม ก็จะเอาคืนกลับมา ใครที่ทำถูกต้องก็ได้สิทธินั้นๆ ไป ใครที่ทำผิดก็ต้องโดนดำเนินคดีไป ต้องมีการพิสูจน์รายแปลง เราก็สางประเด็นปัญหาที่เราคาใจกัน เพราะว่าที่ผ่านมาต้องนำเรียนว่าข้อมูลมันกระจัดกระจาย แต่วันนี้กรรมาธิการเป็นเวทีกลาง เป็นโต๊ะกลางที่ทำให้เรามาพูดคุย มาเจรจา ในประเด็นใดที่หลายๆ คนได้กังวล วันนี้เรามาเปิดใจคุยกันแล้วหาแนวทางออกร่วมกัน

น.ส.กุลวลีกล่าวว่า ส่วน กมธ.ของตนเองก็จะมีความเห็น ซึ่งข้อมูลเราเยอะมาก เราจะทำความเห็นที่เป็นประโยชน์ส่งไปให้ทางหน่วยงานได้ดูว่าความเห็นนี้ มีประโยชน์ไหม ลองเอาไปแก้ดู ถ้าหากประเด็นว่าไปอยู่ที่ทาง ส.ป.ก. โดย ส.ป.ก.ก็ต้องทำตัวของท่านเองให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยในการที่จะตรวจสอบ พิสูจน์สิทธิ และทางคณะกรรมาธิการของตนเองก็อาจจะมีความเห็นไปยัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ว่าจะเป็นไปได้ไหม ถ้า สคทช.จะลงไปทบทวนดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนมติ ครม. 14 มีนาคม 2566 ได้ไหม เปลี่ยนจากทาง ส.ป.ก.ไปให้กับ สคทช.ได้ไปบริหาร มันก็จะเพิ่มความโปร่งใสมากขึ้น

Advertisement

เราจะเดินหน้าไปพร้อมกัน จะได้แก้ไขปัญหาที่ทับซ้อน ที่ทำกินของชาวบ้าน 50 ปี จะได้แก้ปัญหาตรงนี้ซะที วันนี้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้เข้ามา รัฐมนตรีก็ได้เข้ามาว่า ทับลานโมเดลจะไม่มีการไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ แน่นอน เนื่องจากว่ากรณีนี้เป็นกรณีเฉพาะจริงๆ ท่านเป็นมะเร็งระยะ 4 ทับลานเป็นมะเร็งระยะ 4 ท่านก็ต้องรักษาตัวยาตัวนี้ ดังนั้น มะเร็งระยะ 1 ไข้หวัด มันจะใช้ตัวยาเดียวกันไม่ได้แน่นอน” ประธาน กมธ.ที่ดินฯกล่าว

นายสุชาติกล่าวว่า วันนี้ตนได้เปิดใจทั้งหมดในที่ประชุมให้กับทุกฝ่าย เพื่อให้ทราบว่า เราจะสร้างประวัติศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งประเด็นที่มีความไม่สบายใจ เราได้คัดทุกประเด็นและเคลียร์ให้ทุกอย่าง เราจะพิสูจน์สิทธิในกลุ่มของประชาชนที่อยู่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลุ่มนายทุนหรือประชาชนที่อยู่นอกที่ดิน ส.ป.ก. หรืออยู่แบบไม่ถูกต้อง เราจะใช้กฎหมายมาตรา 64 ของกรมอุทยาน หรือกฎหมายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เข้ามาควบคุมในส่วนนี้

นายสุชาติยืนยันว่า กลุ่มทุนที่มีคดีอยู่ทั้งหมด จะไม่มีทางเล็ดลอดสายตาไปได้ เพราะจะมีมูลนิธิสืบนาคะเสถียร รวมถึงนายชัยวัฒน์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ที่จะพิจารณาเป็นรายแปลง ซึ่งทุกคนสบายใจได้ ยืนยันว่าตนไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับสิทธิความชอบธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับมาว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย พร้อมให้มีเวทีแสดงออกว่ามีความกังวลเรื่องอะไร และรัฐบาลต้องนำมาปฏิบัติ

นายสุชาติกล่าวว่า การประชุมวันนี้มีตัวแทนจากหลายพรรคการเมือง และการพูดคุยวันนี้ไม่มีคำว่าพรรคการเมือง แต่คุยในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย และต้องการให้ปัญหาที่สะสมมานานนี้ จบในยุคที่เราอยู่ วันนี้ทุกคนไปในแนวทางเดียวกันหมด ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าคณะกรรมการที่ตนได้เซ็นแต่งตั้งขึ้นมาเมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) ซึ่งมีปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ควบคู่กับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ขอให้ทุกคนมั่นใจ

ด้านนายภาณุเดชกล่าวว่า ขอบคุณ กมธ.ที่ดินที่เชิญมาแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยเฉพาะเรื่องข้อกังวลห่วงใย และพยายามหาแนวทางในการกำหนดมาตรการเพื่อให้ข้อกังวลมีความคลี่คลายลง เชื่อว่าประชาชนคนไทยทุกคนมีความกังวลต่อผืนป่าทับลาน ซึ่งสิ่งที่เราพยายามหาคำตอบวันนี้และทราบว่าประชาชนที่อยู่ในที่มีความเดือดร้อนอยู่จริง จึงต้องมีมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องเพื่อที่จะลดปัญหาที่มีมาตลอดให้ได้

ขณะเดียวกัน สัตว์ป่าและผืนป่าที่อยู่ในพื้นที่โดยรอบ ก็ต้องอยู่ได้ด้วยเพราะตรงนั้นเป็นผืนป่ามรดกโลก จึงได้คุยถึงข้อห่วงกังวลเหล่านี้รวมถึงการกำหนดมาตรการว่าเราต้องคงคุณค่าความสำคัญในการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก ตามที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลก จะต้องมีมาตรการในการดำเนินการอย่างไร

ส่วนกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่ละกลุ่มจะมีวิธีการในการบริหารจัดการอย่างไร เพื่อจะให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และคนที่ไม่ใช่ต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบและต้องดำเนินคดีเพื่อให้ประชาชนได้คลายความกังวลว่าคนที่อยู่ในกลุ่มได้รับความเดือดร้อนจริงจะได้รับการแก้ไข ไม่ใช่กลุ่มนายทุนที่อยู่ในพื้นที่หรือบุคคลภายนอก

นายภาณุเดชยังกล่าวถึงข้อกังวลว่าโมเดลการแก้ไขปัญหากรณีทับลานจะถูกนำไปใช้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศหรือไม่ ซึ่งก็มีความชัดเจนจากในที่ประชุมว่าโมเดลนี้จะถูกใช้เฉพาะในพื้นที่ทับลาน เพราะบริบทของปัญหามีความแตกต่างกัน สำหรับพื้นที่อื่นก็มีมาตรการทางกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาตรา 64 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาตรา 121 ในการแก้ไขปัญหาสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลไกที่จะต้องดำเนินการกันต่อไป

ด้านนายชัยวัฒน์กล่าวว่า ที่ประชุมได้ปลดพันธนาการคำแรก คือคำว่า “โมเดล” จากรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ เพราะเรากังวลว่าโมเดลของทับลานจะถูกนำไปใช้ในพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นปมที่ติดค้างคาใจตนว่าจะทำอย่างไร ให้คนเขาพูดขึ้นมาก่อน ซึ่งนายสุชาติได้ยืนยันแล้วว่า จะไม่มีโมเดลนี้ไปยังพื้นที่อื่น ทำให้ตนสบายใจในประเด็นแรก

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยย้ายถิ่นหรือซื้อขายเปลี่ยนมือ ยืนยันว่าท่านมีสิทธิครอบครองที่ดินแน่นอน ส่วนโซนที่ 1 ที่มีการออกโฉนด ส.ป.ก.แล้วแบบถูกต้อง ขออย่าตกใจ เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นของ ส.ป.ก.อยู่แล้ว อย่าไปขยายผลว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นโรงเรียนหรือปั๊มน้ำมันไปหมดแล้ว เรายอมรับผิดว่ากรมอุทยานขีดเส้นทับที่ดิน ส.ป.ก.จริง และได้ประกาศในปี 2521 จำนวน 3 กลุ่ม ทั้งหมด 5 หมื่นกว่าไร่ แต่ในส่วนกลุ่มที่ 2 จะต้องมีการพิสูจน์

นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า วันนี้ตนสบายใจขึ้น และได้รับเกียรติที่รัฐมนตรีโทรหา ซึ่งตนบ่นไปว่าน้อยใจ ทำไมอยู่ใกล้ตัวแต่ไม่มาคุยด้วย เพราะข้อมูลที่ตนมีกับสิ่งที่รัฐมนตรีพูด ยังไม่ชัดเจน แต่ต้องพูดให้ชัดเจนว่าวันนี้ พอได้พูดคุยกับนายสุชาติแล้ว ถือว่าเคลียร์ แต่อยากจะฝากไปถึงราษฎร 23 คนที่เคยถูกจับกุมก่อนที่จะมีกฎหมายมาตรา 64 ที่ ณ เวลานั้น เขาเป็นคนเดิมแต่เปลี่ยนอาชีพ หรือในเวลานั้นเขาอยู่ผิดอาชีพ จึงอยากฝากนายสุชาติว่าให้ช่วยเหลือคนเหล่านั้น เขาจะได้มีกำลังใจ ไม่ได้หมายความว่าการที่มีคนคัดค้าน ต้องตะบี้ตะบันเอาคนออก เพราะถึงอย่างไรก็ต้องช่วยเขา หรืออาจจะให้มีมติ ครม.ใหม่ เพื่อ 23 คนนี้ก็ได้