หน้าแรก การเมือง ลิซ่า บี้มท.ไ...

ลิซ่า บี้มท.ไม่ปล่อย ปมแชตหลุดอธิบดี ลุกถามยันเรื่องโกงข้อสอบท้องถิ่น โกแพ ลุกแจงวุ่น แทนนายก

25.06.26 | 16:08 น.

‘ลิซ่า’ ตั้งกระทู้ถามแชตไลน์หลุดช่วยน้ำเงินด้วย-ทุจริตสอบข้าราชการ จี้แสดงความกล้าหาญทางการเมือง ด้าน ‘โกแพ’ ยันไม่ได้เพิกเฉย ชงแก้กฎหมายถอนรากถอนโคน ย้ำ ไม่มีละเว้นแน่นอน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานในการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงกรณีปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทิน มอบหมาย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบแทน

โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนพยายามทุกทางแล้ว ยังไม่ได้รับความชัดเจน ตนไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องของข้าราชการหรือเรื่องส่วนบุคคล ที่ผ่านมาไม่เคยมีการโยกย้ายกันแบบนี้ การย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และอิทธิพล สุดท้ายแล้ว อิทธิพลอะไร ผลประโยชน์อะไร ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บ เรียกเก็บอะไร ความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวัดภูเก็ต แต่ส่งผลกับเศรษฐกิจภาพใหญ่

“วลีที่สร้างความสั่นสะเทือน ที่อธิบดีกรมการปกครองพิมพ์หาปลัดจังหวัดภูเก็ตว่าช่วยน้ำเงินด้วย ปลัดก็ตอบกลับไปว่า 100% ครับนาย วันนี้ปลัดภูเก็ตคนนั้นที่ถูกย้ายกลับไปแล้วนะคะ ฐานความผิดอะไรก็ไม่ได้เปิดเผย แล้วเรื่องนี้ควรมีการตั้งกรรมการสอบที่มาที่ไปของข้อความ ซึ่งถ้าพิจารณาการแบบชาวบ้าน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง เราจะไม่สอบอะไรกันเลยหรือ” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ทุกเรื่องมุ่งไปที่กระทรวงมหาดไทย ตนไม่อยากให้บทสรุปเริ่มต้นเหมือนกัน และจบเหมือนกัน คือเริ่มต้นด้วยท่าทีที่ขึงขังและสุดท้ายก็แผ่วไป คำถามวันนี้คือสรุปว่าแชตช่วยน้ำเงินด้วย จะปล่อยผ่านใช่หรือไม่ ในเมื่อรัฐมนตรีขึงขังบอกว่าจะตั้งกรรมการสอบ ข้อกล่าวหารุนแรงมากแต่ไม่มีความพยายามแสวงหาข้อเท็จจริงอะไรเลยถ้ารัฐมนตรียืนยืนยันได้หรือไม่ว่ากระทรวงมหาดไทยยังยึดหลักธรรมาภิบาล ค่าของคนอยู่ที่ผลของใคร

ด้าน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เหตุที่เกิดเป็นการออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ของข้าราชการ 5 คน เช่น ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด เนื่องจากมีการร้องเรียนหลายคนพยายามบอกว่าการออกคำสั่งให้มาช่วยราชการครั้งนี้เป็นเรื่องการเมืองแต่ในระเบียบไม่ได้ย้ายขาดและส่งไปช่วยราชการ เพื่อตรวจสอบและให้ข้าราชการเหล่านั้นพิสูจน์ตัวเอง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็คืนพื้นที่กลับ คือนายอำเภอเมืองกับนายอำเภอถลาง ปัจจุบัน 5 คนกลับพื้นที่ไปแล้ว กรมการปกครองได้สรุปผลการสอบทั้งหมดและเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการต่อ แต่เมื่อครบเวลาช่วยราชการก็ต้องกลับพื้นที่ก่อน ใครที่มีประเด็นในห้าคนนี้ ก็ต้องดำเนินการในระดับกระทรวงต่อไป

Advertisement

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ส่วนแชตไลน์หลุดที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้นโยบายในการตรวจสอบไปแล้ว ทราบว่าสำนักปลัดก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ล่าสุดได้มีการสั่งให้ทำหนังสือชี้แจง หลังจากนี้ก็เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงฯ ที่ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร ส่วนการโยกย้ายผู้ว่าและรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งที่วันนี้ ยังไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าใครผิดหรือถูก หรือมีการเชื่อมโยงเกิดขึ้นอย่างไร และยังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบนั้น

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในข้อเท็จจริงคือเราเห็นความแตกแยกเกิดขึ้น เห็นปัญหาในการทำงานร่วมกันของข้าราชการระดับสูง ต่างฝ่ายต่างพูดว่าเป็นการตอบโต้กัน ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะพูดหรือปกป้องตัวเอง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้แต่วันนี้ยังไม่มีการกล่าวหาว่าใครมีความผิดหรือไม่มีความผิด ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ

นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า แต่สภาพการอยู่ด้วยกันในลักษณะแบบนี้ จังหวัดภูเก็ตมีปัญหารุมเร้ามากมายฉะนั้นรอไม่ได้ ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสอบเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังจากนี้ก็ต้องติดตามว่าปลัดฯจะดำเนินการอย่างไร ใบอนุญาตก่อนหน้านี้ใบอนุญาตโรงแรมที่เป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต เงื่อนไขหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการรีดไถกันในพื้นที่เพราะขอกันไม่ได้ขอยาก 1 ปี ออกได้ 40 ใบ วันนี้ทีมชุดใหม่เข้าไปทำงาน 2 อาทิตย์ออกได้ 20 ใบแล้ว คาดว่าใบอนุญาตที่ค้างอยู่ที่จังหวัดตั้งแต่ปี 61-62 ประมาณ 500 ใบ จะจัดการเสร็จภายในระยะเวลา 4-5 เดือน ซึ่งเราเข้าไปจัดการสนับสนุนโรงแรมโรงแรมสถานประกอบการให้ทำอย่างถูกกฎหมาย สิ่งที่เราทำในจังหวัดภูเก็ต คือต้องการเห็น ผู้ประกอบการทำธุรกิจโดยไม่ต้องระแวงไม่ต้องกังวล ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินไป

จากนั้น น.ส.ภคมน กล่าวว่า ขอโทษจริงๆ มันจับประเด็นยากนิดหนี่ง พร้อมถามย้ำว่าสรุปแชตช่วยน้ำเงินด้วยยังมีการตั้งกรรมการสอบหรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบ จะบอกว่าใช้ดุลยพินิจ เขาไม่ลงรอยกันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสังคมไม่สามารถรับฟังได้ขนาดนั้น ตนอยากให้ทุกอย่างโปร่งใส อีกเรื่องคือเรื่องการสอบทุจริตข้าราชการ พบหลักฐานมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่น่าจะเกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้นก็ออกมาปฏิเสธ ล่าสุดมีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย หากจะยึดคำที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง แต่หากไม่มีฝ่ายการเมืองรู้เห็นเป็นใจ

“เรื่องนี้มันไม่อึดอัดขนาดนั้นหรอก งานที่เป็นการเฉพาะหน้าท่านต้องสืบหาคนผิดเอามาลงโทษ ก็ว่ากันไป จะสาวไปถึงไกลแค่ไหน มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องแค่ไหน ดิฉันคิดว่าวันนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์กับประชาชน แสดงความกล้าหาญทางการเมืองของนายกอนุทินให้ได้” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ท่านคิดเรื่องนี้ไปข้างหน้าอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าการคิดทุจริตครั้งนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับระบบราชการไทย ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย เราได้เห็นการจัดการโครงสร้างการเมืองของราชการอุปถัมภ์ขนาดใหญ่นี้อย่างไร ต่อไปเด็กรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ อยากเป็นข้าราชการ ทำงานเพื่อประเทศ ใครเขาอยากเข้ามาในระบบที่ถูกตีตราไว้เน่าเฟะแบบนี้ วันนี้ราชการก็ระแวงกันเอง ฉันสอบเธอซื้อหรือไม่ จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย ระบบราชการไทยให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร

นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ที่บอกว่าการทุจริตการสอบมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช่กระบวนการใหญ่ขนาดนี้ มีทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราเจอในปี 2567 ได้ข้อมูลมาว่าการสอบคัดเลือกท้องถิ่น มีข่าวที่ไม่ดีขณะนั้นนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ ขอตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมาประกอบด้วย 5 หน่วย คือ ป.ป.ช. ป.ป.ป. ป.ป.ท. ,กรมส่งเสริม และ กสถ. เพื่อจับตากระบวนการสอบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และมีการให้นโยบายเรื่องกระบวนการสอบว่าต้องรัดกุม นี่จึงเป็นที่มาว่าใน TOR ก็ระบุไว้ ซึ่ง TOR ปัจจุบันและตัวก่อนมีความแตกต่างกันในเรื่องมาตรฐานการป้องกันรวมไปถึงการตรวจสอบย้อนกลับ

“เราให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันนี้มาตั้งแต่แรก ถ้าจะบอกว่างานนี้มีกลุ่มผู้มากบารมีมาซัพพอร์ต เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้ผล ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้เราจำเป็นต้องทำงานให้ละเอียดและรวดเร็วที่สุด ตอนนี้ทั้ง ป ป.ช. กระทรวงและตำรวจ คณะกรรมการกองกลางก็มีมติให้ตรวจข้อสอบใหม่“ นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า วันนี้คนที่สอบเข้ามาได้มี 2 กลุ่มคือ เข้ามาได้ด้วยความสามารถของตัวเองและ สอบมาได้ด้วยกันทุจริต สิ่งที่เราต้องรักษาไว้ คือความยุติธรรมของคนที่ใช้ความสามารถของตัวเอง หลังจากที่เข้าสู่กระบวนการ หากเสร็จแล้วใครถูกหรือผิดก็สามารถบอกได้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายชัดเจนว่าไม่ละเว้นถ้าเจอตอก็จะขุด นอกจากนี้ จะแก้ปัญหานี้ในอนาคตอย่างไร

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ในสมัยการประชุมสภาชุดที่แล้ว ได้มีการเสนอแก้กฎหมายในการสอบคัดเลือกท้องถิ่น ให้ปรับรูปแบบเป็นท้องถิ่นจัดสอบเองโดย อ้างอิงจาก ก.พ. ที่ไม่เคยมีข่าวเรื่องการทุจริตเลย ซึ่งปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้อยู่ในวาระการประชุมของสว. เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะไม่ปวดหัวกับเรื่องแบบนี้อีก

น.ส.ภคมน จึงกล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่ามีผู้บารมีมาเกี่ยวข้อง ตนบอกว่าเรื่องนี้ควรสาวให้ถึงว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ความกล้าหาญทางการเมือง น่าเสียดายที่ไม่ได้คำตอบ ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบุคคล แต่เป็นปัญหาของโครงสร้าง ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าให้เป็นแค่แอ็คชันเรื่องตรงหน้า รัฐบาลต้องมองให้ขาดว่าปัญหานี้คือกระจกบานใหญ่ ที่จะสะท้อนว่าคนในตำแหน่งสูงที่พร้อมจะหากินกับประชาชน การซื้อตำแหน่งในสังคมไทยคือภาพสะท้อนที่สังคมที่ปิดตายและกดทับ รัฐไม่สามารถให้ความมั่นคง โอกาสกับคนธรรมดา ว่าเขาจะเท่าเทียมกับทุกคนในสังคมได้

ต่อมา นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ตนเห็นว่าต้องจัดการให้สิ้นซาก สิ่งที่นางสาวภคมนคิดและแลกเปลี่ยนมาก็เป็นสิ่งที่เราคิดและมองเหมือนกัน และต้องหาและต้องหาผู้กระทำความผิดให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในการทุจริตครั้งนี้เป็นกลุ่ม ที่มีคนร่วมเยอะ มีความซับซ้อนของการทำงานต้องให้เวลาทีมทำงาน ถ้าพูดถึงเรื่องความตั้งใจก็ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ขอเวลาให้ได้ทำงาน และมั่นใจว่ายังไงก็เจอตัวถ้าเจอต่อก็ต้องขุด ไม่มีละเว้น

“สุดท้ายขอให้มั่นใจและสบายใจว่า พี่น้องข้าราชการที่สอบ โดยที่ไม่ได้ทุจริตและสอบโดยใช้ความสามารถใช้ความพยายามของตัวเองจะต้องไม่กระทบสิทธิ์ของท่าน แต่สำหรับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้รับสภาพยังไงก็ต้องโดน” นายวรศิษฎ์ กล่าว