หน้าแรก การเมือง ส.ส.ภูมิใจไทย...

ส.ส.ภูมิใจไทย จี้สอบเส้นเงินคดี Forex โยงพรรคประชาชน รมว.ยุติธรรม เผย เร่ง ปปง.สอบแล้ว

25.06.26 | 16:55 น.

ส.ส.ภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถาม เส้นเงินคดี Forex โอนเข้าพรรค ปชน.หรือไม่ ขณะที่ รมต.ยุติธรรม เผย เร่ง ปปง.สอบแล้ว คาดใช้เวลาไม่นาน พร้อมรายงานกลับมาที่กระทรวงฯ ทุก 15 วัน ย้ำ ‘ภาวุธ’ ยังไม่เป็นผู้ต้องหา ขอรอดูพยานหลักฐาน และคำชี้แจง

เมื่อเวลา 14.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถึงคดี Forex ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ ว่า คดีนี้เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ตนจึงใช้เวทีสภาแห่งนี้สอบถามไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อที่จะได้ให้ทันชี้แจงถึงกระบวนการการกระทำความผิดต่อกฎหมาย และเครือข่าย Forex ซึ่งพฤติกรรมการทำธุรกิจของเครือข่ายเหล่านี้จะใช้วิธีการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษณาชวนเชื่อ และจูงใจ เป็นการทำธุรกิจที่ค้าทองคำหรือเงินต่างประเทศ ถือเป็นคดีอุฉกรรจ์ทางเศรษฐกิจ และภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง

นายบุญจง กล่าวว่า สิ่งนี้ทำให้ชัดเจนว่าการกระทำความผิดเหล่านี้เป็นขบวนการ และเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง หรือแม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ซึ่งวันนี้มีการเอ่ยชื่อกันหมดตามสื่อต่างๆ คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.พรรคประชาชน ตนจึงขอตั้งคำถามแรกถึงรมว.ยุติธรรม ว่าตอนนี้มีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานถึงขั้นตอนใดแล้ว และมีความมั่นใจหรือไม่ว่านำตัวผู้กระทำความผิดที่เป็นเครือข่ายมาลงโทษได้ รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ ที่มีการปูพรมเข้าตรวจยึดมีจำนวนมากน้อยเพียงใด และมีแผนงานอย่างไรที่จะนำทรัพย์สินเหล่านี้ไปคืนให้ประชาชนที่เดือดร้อนได้มากที่สุด

เส้นเงินคดี Forex
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า ทางดีเอสไอ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและใช้เวลามากว่า 6 เดือน เนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องกับดีเอสไอว่ามีผู้กระทำความผิดในลักษณะนี้ จึงได้มีการสืบสวนหาพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง และและมีความชัดเจนมาเรื่อยๆ ซึ่งในคดีลักษณะนี้มีความซับซ้อน และแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงมีนอมินี และใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทที่จะโอนเงินต่ออีกหลายช่วงที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนต่อออกไปเป็นทอดๆ ไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานได้ใช้ความพยายามเฝ้าติดตามทั้งหมด 24 หมายค้น ใช้กำลังพลกว่า 300 นาย เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ และต้องมีความพร้อมในการขอหมายค้นช่วงเวลาที่พร้อมกัน ซึ่งจะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอในการที่จะขอหมายค้นได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า ในเรื่องรูปคดี แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. ผู้ชักชวนการลงทุน (IB) 2. โบรกเกอร์ 3. กลุ่มรับ-ส่งเงิน (Payment) ซึ่งในส่วนของ IB ได้เอ่ยชื่อของอาจารย์พี และโค้ชเจมส์ ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนการลงทุน ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ โบรกเกอร์ Forex ซึ่งมีอยู่ 4 บริษัท และส่วนที่ 3 คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางรับโอนเงิน โดยแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น ตอนนี้เราพบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และ เรนนี่ คอปเปอเรชั่น

ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใด พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เมื่อคดีนี้ได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว และได้ออกหมายที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเบื้องต้นได้กำหนดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากท่านมีความพร้อมก็ขอติดต่อพนักงานสอบสวน และหากใครมีความประสงค์ที่จะมาพบก่อนก็ยินดี ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารบริษัท QRS Global ได้มาชี้แจงในรายละเอียดของทางบริษัท ซึ่งข้อมูลบางอย่างก็ทำให้ดีเอสไอได้ทราบว่า เรื่องนี้มีใครมาเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

Advertisement

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องนี้ธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทางดีเอสไอได้ประสานไปยัง ปปง. ให้ทำการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้อง

เส้นเงินคดี Forex
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

จากนั้น นายบุญจง กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในคดีนี้คือมีบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้วันนี้จะยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา และจะไปตามหมายเรียกของดีเอสไอในต้นเดือนหน้า ซึ่งมีประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการสอบสวนว่าเงินที่ได้จากเครือข่ายการกระทำความผิดนี้ ได้มีการโอนไปช่วยสนับสนุนพรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งพรรคนั้นก็คือพรรคประชาชน โดยจากข้อมูลของดีเอสไอที่ได้เปิดเผย ประชาชนมีความสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของนายภาวุธ ทางดีเอสไอได้มีการตรวจสอบบทบาทของนายภาวุธ กับเครือข่ายในการกระทำความผิดหรือไม่ และปัจจุบันมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลดังกล่าวเพียงใด รวมถึงได้ตรวจสอบเส้นเงินการกระทำความผิดของบริษัทต่างๆ นั้นได้ถูกส่งไปให้พรรคการเมืองหรือไม่ และหากพบว่ามีเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดกฎหมาย จะติดตามนำเงินนี้มาคืนให้กับผู้เสียหายได้อย่างไร

พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า ขบวนการและการมีส่วนรู้เห็นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้ง IB และโบรกเกอร์ ที่ทางดีเอสไอได้ใช้ข้อมูลในการแถลงข่าว มีเส้นเงินบางเส้นเงินโอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นเพย์เมนต์ของบริษัท QRS Global โดยนายภาวุธ ได้แจ้งว่า มีการไปเทรดทอง ซึ่งเป็นข้อสงสัยประการนึงที่เราได้ดำเนินการ

ส่วนประเด็นที่ 2 คือบริษัทต่างๆ ทั้งบริษัทบริษัท เพย์ โซลูชั่น และบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล จำกัด จากการรายงานของดีเอสไอนั้น ระบุว่า นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัททั้ง 2 แห่ง เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้เราตั้งข้อสงสัย ส่วนเรื่องพยานหลักฐานชนิดอื่นๆ เช่น เส้นเงิน ทางดีเอสไอ และ ปปง. ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างมาก อยู่ระหว่างการแบ่งว่าเป็นกลุ่มไหน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอีกไม่นาน โดยตนได้ให้นโยบายไปกับทุกหน่วย ว่า เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ขอให้รายงานขึ้นมาให้กระทรวงฯ ทราบ ทุก 15 วัน เพื่อจะสื่อสารให้กับประชาชนได้

สำหรับคำถามที่ว่ามีเส้นเงินเชื่อมโยงถึงพรรคประชาชนหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งทางดีเอสไอ ก็ได้ประสานกับ ปปง.ไปแล้ว และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ

ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยาแค่ไหนอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ทรัพย์ต่างๆ หากศาลสั่งยึด ผู้เสียหายในคดีก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับทรัพย์คืน โดยการเฉลี่ยทรัพย์ว่าใครเสียหายมากน้อยแค่ไหน เป็นขั้นตอนการดำเนินการของทางศาล หลังจากเสร็จสิ้นในเรื่องคดีอาญา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ และอยากจะพิสูจน์ให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจงเพื่อให้ทุกอย่างได้ชัดเจน

นายบุญจง ถามคำถามสุดท้ายว่า คดีแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงซ้ำอีก รู้ก่อนเสียหาย และสร้างความรู้ให้กับประชาชนได้เข้าถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงได้หรือไม่ รวมถึงหากพบการลงทุนที่มีความเสี่ยง ประชาชนจะพึ่งหน่วยงานของรัฐในการร้องเรียนได้โดยวิธีการใดบ้าง

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า กลุ่มชักชวนและโบรกเกอร์ก็จะมีการนำกำไรมาแสดงเพื่อชักชวนเข้ากลุ่ม VIP รวมถึงการนำอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ มาโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งในแนวทางการป้องกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยในส่วนของการป้องกัน ปราบปราม ที่มีตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และในส่วนของการป้องกันก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวมถึงในการตรวจสอบเส้นทางการเงินก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยทั้งสามส่วนนี้ได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เกี่ยวกับการชักชวนมาลงทุน จึงอยากฝากท่านสมาชิกว่าเรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะนำวิธีการต่างๆ มาป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก