หน้าแรก การเมือง ปธ.กสทช. ยื่น...

ปธ.กสทช. ยื่นหนังสือค้าน คกก.สรรหา หวั่นกระบวนการไม่เป็นกลาง ย้ำไม่เข้าแจงไม่ได้เลี่ยงตรวจสอบ

26.06.26 | 12:57 น.

ประธาน กสทช. ยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหา ขอวินิจฉัยอำนาจตามกฎหมาย-คัดค้านกระบวนการที่อาจไม่เป็นกลาง ‘หมอสรณ’ ยันไม่เข้าชี้แจงคณะกรรมการสรรหา

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยื่นหนังสือ 2 ฉบับ เพื่อคัดค้านการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยหนังสือฉบับแรกยื่นถึงประธานวุฒิสภา ขอให้วินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการสรรหา และมีคำสั่งยุติการดำเนินการที่เห็นว่าไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย ขณะที่หนังสืออีกฉบับยื่นถึงประธานและกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อคัดค้านการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของตน

นพ.สรณ กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวอาจขาดความเป็นกลาง ทั้งนี้ตนจะไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา เพราะเห็นว่าประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และข้อคัดค้านเรื่องความเป็นกลางยังไม่ได้รับการวินิจฉัย จึงเห็นว่าการดำเนินกระบวนการในขณะนี้ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักความเป็นธรรม

สำหรับหนังสือฉบับแรกที่ยื่นถึงประธานวุฒิสภา ขอให้พิจารณาและมีคำสั่งให้คณะกรรมการสรรหา กสทช. ยุติการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของตน โดยให้เหตุผลว่า คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกลับมาตรวจสอบผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้ว พร้อมอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางหลักว่า ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาสิ้นสุดลงเมื่อกระบวนการสรรหาแล้วเสร็จ รวมทั้งประเด็นตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เป็นอำนาจของประธานวุฒิสภาในการพิจารณา มิใช่อำนาจของคณะกรรมการสรรหา จึงขอให้ประธานวุฒิสภาวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว และมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการที่เห็นว่าไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย

ส่วนหนังสืออีกฉบับ ซึ่งยื่นถึงประธานและกรรมการสรรหา กสทช.คัดค้านการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา โดยระบุว่า เมื่อได้ยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจแล้ว คณะกรรมการสรรหาจึงตกอยู่ในฐานะเป็น “คู่กรณี” ในเรื่องดังกล่าว แต่ยังคงทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เรียกชี้แจง และวินิจฉัยเรื่องเดียวกัน ซึ่งอาจขัดต่อหลักความเป็นกลางของการพิจารณาทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

นอกจากนี้ หนังสือยังระบุว่า การที่คณะกรรมการสรรหายังคงเดินหน้าพิจารณา ทั้งที่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหา และยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ย่อมเป็นเหตุอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองขาดความเป็นกลาง และส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการพิจารณา

Advertisement

ด้วยเหตุนี้ ประธาน กสทช. จึงขอให้คณะกรรมการสรรหาปฏิบัติตามหลักกฎหมาย โดยยุติการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อยุติในประเด็นอำนาจหน้าที่และข้อคัดค้านเรื่องความเป็นกลาง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่า การไม่เข้าชี้แจงในครั้งนี้มิใช่การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่เป็นการยืนยันว่าการตรวจสอบควรดำเนินการโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้กระบวนการที่เป็นธรรมและเป็นกลาง