หน้าแรก การเมือง รุทธพล คิกออฟ...

รุทธพล คิกออฟ โครงการเครือข่ายภาคประชาชน ป้องกันฟอกเงิน สกัดอาชญากรรมข้ามชาติ

26.06.26 | 12:51 น.

รุทธพล คิกออฟ โครงการเครือข่ายภาคประชาชน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมมือสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ มุ่งสร้างความปลอดภัยให้ ปชช. ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเครือข่ายภาคประชาชนด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่จัดโดย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างกลไกความร่วมมือ ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ ขยายความร่วมมือทั่วประเทศ เชื่อมโยงการประสานงานกับชุมชน และส่งเสริมการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ผู้แทนหน่วยงานต่างประเทศ และเครือข่ายภาคประชาชนด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้าร่วมงาน

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นแค่อย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเครือข่ายภาคประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของสำนักงาน ปปง.ในวันนี้ ตนเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรีในการเปิดโครงการครั้งนี้ และเป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับภัยคุกคามอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงข้ามพรมแดนซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีส่วนส่งเสริมในสนับสนุนมักมาจากเงินทุนหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเงินทุนที่ได้มาจากกระบวนการการควบคุม ของเครือข่ายอาชญากรรมทั้งยาเสพติด การฉ้อโกง หรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยในสังคมและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่าในการแก้ไขอาชญากรรมดังกล่าวทั้งในระดับสากลและในประเทศมีความตระหนัก และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในมิติของประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญและบูรณาการความร่วมมือทุกประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งได้กำหนดให้มีคณะทำงานเฉพาะกิจ พร้อมทำการประเมินผลงานแต่ละประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

Advertisement

ในส่วนของประเทศไทยได้เคยผ่านการประเมินมาแล้ว 3 ครั้ง และจะได้รับการประเมินต่อไปในปีพ.ศ. 2571 ซึ่งปปง.ได้เปิดโครงการ kick off พร้อมเข้ารับการประเมินตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของไทย รัฐบาลมีความตระหนักและให้ความสำคัญตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้ประชาชนปลอดภัยจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตามกันพึ่งหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องบูรณาการแสวงความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชน เพื่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ทั้งในระดับชุมชนและประเทศ

รุทธพล

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า การที่ ปปง.ได้เปิดโครงการเครือข่ายภาคประชาชน ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินโดยแต่งตั้งเครือข่ายภาคประชาชนในส่วนกลางจำนวน 20 คน ส่วนภูมิภาค 140 คน เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสและขยายองค์ความรู้เกี่ยวกับการฟอกเงิน ไปสู่ระดับจังหวัดและชุมชน ป้องกันไม่ให้ประชาชนเป็นเหยื่อ ดังนั้นจึงขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนในการร่วมมือร่วมใจการปราบปรามการฟอกเงิน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และแสดงเจตจำนงในการเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวไปสู่ความร่วมมือในทุกภาคส่วน

รุทธพล

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนขอฝากความห่วงใยไว้ประการหนึ่ง ว่าการที่โครงการนี้จะขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ถือเป็นคีย์แมนสำคัญในการเชื่อมต่อนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จนไปถึงความร่วมมือในพื้นที่ จึงขอฝากไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้กำหนดเรื่องดังกล่าวอยู่ในหัวข้อการประชุมของจังหวัดรวมถึงระดับอำเภอ ส่วนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในฐานะที่บังคับใช้กฎหมาย และขยายผลไปสู่ผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุด ด้วยความร่วมมือจากภาคประชาชนในการแจ้งเบาะแส ตนเชื่อว่าโครงการนี้จะประสบผลสำเร็จและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งขออวยพรให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสัมฤทธิ์ผลตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้