หน้าแรก การเมือง หมอวรงค์ หอบห...

หมอวรงค์ หอบหลักฐานยื่น​ป.ป.ช.สอบ รมว.-​ปลัดดีอี เชื่อ TH-AI ล็อกสเปก ซัด ไชยชนก อย่าทำตัวเป็นเด็ก

26.06.26 | 13:20 น.

‘หมอวรงค์’ ยื่น​ ป.ป.ช. ร้อง​ ‘รมว.-​ปลัดดีอี’ หอบหลักฐานแฉ ‘TH-AI Passport’ ล็อกสเปกจอดิจิทัลร้านสะดวกซื้อ เอื้อ​เอกชนรายใหญ่​ ซัด​ ‘ไชยชนก​’ อย่าทำตัวเป็นเด็ก อ้างแทรกแซงไม่ได้​ หากเกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบ

เมื่อเวลา​ 10.30​ น.​ วันที่ 26 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.​) นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เดินทางมายื่นหนังสือ​ต่อสำนักงาน​สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.​) เพื่อยื่นตรวจสอบโครงการ​ TH-AI​ Passport​ ของกระทรวงดิจิทัล​เพื่อ​เศรษฐกิจ​และสังค​ม​ (ดี​อี​) ว่า เอื้อประโยชน์ ล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนหรือไม่​

โดยนายแพ​ทย์วรงค์​ ยื่นขอให้ตรวจสอบ​ นายไชยชนก ชิดชอบ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ และนายพชร อนันตศิลป์​ ปลัด​กระ​ทรวง​ดีอี และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการตรวจสอบเชื่อได้ว่า พบ หลักฐานที่จะยื่น ป.ป.ช. ที่เชื่อถือได้ว่าโครงการนี้มีการล็อคสเปกพุ่งเป้า​ไปที่การกำหนดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ เพื่อประโยชน์ไปยังบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง​

โดยนายแพทย์วรงค์​ กล่าวถึงหลักฐานชิ้นสำคัญว่า​ ข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทประชาสัมพันธ์เอกชนแห่งหนึ่ง​ ซึ่งมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ของว่า มีพื้นที่ให้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ กับร้านสะดวกซื้อชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 สาขา หรือคิดเป็น 14,000 จอ โดย สัมพันธ์กับ TOR ที่ระบุว่า ต้องมีการโฆษณาผ่านจอ ของร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขาและไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ

นายแพทย์วรงค์​ กล่าวว่า​ โดยส่วนตัว สนับสนุนให้ประชาชน สามารถเข้าถึงในการใช้ AI แบบโปรหรือพรีเมี่ยม แต่ตนปฏิเสธการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูล ที่มีการล็อคสเปคหรือเอื้อประโยชน์เกิดขึ้น พร้อมกับย้ำว่า การที่เราพยายามสื่อสารไปยังสภา เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ ตนถือว่าตั้งใจสื่อสารแล้ว เพียงแต่ไม่สามารถสื่อสารจบได้เนื่องจากประธานสภาปิดไมค์​ ที่เป็นการปิดหูปิดตาประชาชน และยังย้ำอีกว่าเมื่อปิดใหม่ไม่ให้สส.สื่อสารเมื่อใด เท่ากับว่ากำลังปิดหูปิดตาประชาชน และจะยิ่งทำให้บานปลาย ทำให้ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจรัฐบาลมากขึ้น​ ไม่เชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ของประธานสภามากขึ้น​

Advertisement

พร้อมกับยังตั้งข้อสังเกตถึงการส่งสัญญาณ เขียนเอกสารแนบท้ายสัญญาเปลี่ยนเป็นการจ่ายเงินตามที่ใช้จริงเป็นรายเดือน​ ไม่ใช่จ่ายตามข้อตกลง 1,621 ล้านบาท หากคนฟังผิวเผินเหมือนดูดีได้ประหยัดประเทศไม่เสียหาย แต่เมื่อการประมูลนี้ถูกล็อคสเปคมาแล้ว หรือเรียกง่ายๆในภาษาชาวบ้านว่าโกงมาแล้ว แก้อย่างไรก็แล้วแต่แต่กระบวนการที่ผ่านมาไม่โปร่งใส และการเขียนสัญญาแนบท้ายที่ระบุว่าจ่ายรายเดือน อย่าลืมว่าใน TOR การชำระเงินเขียนชัดเจนให้แบ่งเป็น 5 งวด งวดละ 20% เพราะงวดที่ 2-5 เชื่อมโยงมายังกระบวนการล็อคสเปค เงื่อนไขการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ซึ่งการที่มาระบุในแนบท้ายสัญญาอาจย้อนแย้งกับ TOR ก่อนหน้านี้ระบุว่า TOR ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นหมายความว่า TOR สามารถแก้ไขได้ จะยังพอมีเวลาก่อนที่ป.ป.ช.จะดำเนินการ ให้ดำเนินการแก้ TOR เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน รวมไปถึงต้องแก้เงื่อนไขการล็อคสเปคไว้ด้วย หากมีการเปิดประมูลใหม่ตนเชื่อว่าประเทศชาติจะได้ประหยัดงบประมาณ ปัญหาต่างๆที่หนักจะเป็นเบา

นายแพทย์วรงค์ ยังกล่าวอีกว่า ขอให้รัฐมนตรีอย่าทำตัวเป็นเด็ก เพราะวันนี้บริหารชาติบ้านเมือง ต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง อย่ามาอ้างว่าตัวเองไม่รู้ แทรกแซงไม่ได้ ไปอย่างไรก็ตามเมื่อถึงที่สิ้นสุด ปัญหาที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีหนีความรับผิดชอบไม่ได้​ ขอให้รีบจัดการที่ทุกอย่างจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้ หมดเวลาทำตัวเป็นเด็กแล้ว

ขณะเดียวกัน​ยังเปิดเผยข้อพิรุธ​ใน TOR​ โดยเฉพาะในข้อ 4 ที่มีการระบุว่า​ “อย่างน้อยดังนี้” นั่นหมายความว่ามีสภาพบังคับ จะโยงให้เห็นว่า ข้อ 4.4.1 และ 4.4.1.1 ที่มีข้อย่อย โดยเฉพาะข้อที่ 5 เข้าข่ายล็อคสเปก​ รวมไปถึง โยมไปยังข้อ 5 ในหน้า 21-22 ที่ระบุถึงการจ่ายเงิน 5 งวด ระบบไว้ให้จ่ายงวดละ 20% ซึ่งหมายความว่าเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง การระบุถึงสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านจอถูกผูกไว้กับการชำระเงิน​

เมื่อถามว่ามีการล็อคสเปคบริษัทประมูลในการแข่งขันด้วยหรือไม่ นายแพทย์วรงค์​ ยังกล่าวว่า​ การแข่งขัน 3 บริษัท แต่เงื่อนไขที่นำไปสู่การแข่งขัน จะต้องมีจอดิจิทัล หนึ่งเป็นข้อสันนิษฐานในฐานะที่ทำงานตรวจสอบมาโดยตลอด โดยบริษัทที่ชนะการประมูล มีความพัวพันกับบริษัทประชาสัมพันธ์เอกชนโดยตรง​ ซึ่งบริษัทที่ 2 และ 3 จะต้องมีการเจรจาแน่ๆ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถร่วมการแข่งขันได้​ เพื่อให้เป็นไปตาม TOR จึงไม่แปลกว่าบริษัทที่ชนะการแข่งขันชนะราคาประมูลไม่ต่างจากราคากลางมากนัก