กกต.เมินจี้ส่งศาล ไม่กดดันปิดจ๊อบฮั้ว ส.ว. สภาฯจัด41ชม.ถลกงบปี70 ปชน.ซัดหั่นศก.สร้างสรรค์
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กำหนดวาระการประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 กำหนดการพิจารณา 3 วัน คือ วันที่ 29 มิถุนายน- วันที่ 1 กรกฎาคม โดยวันที่ 29 มิถุนายน เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. และพักการประชุมเวลา 24.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. พักการประชุมเวลา 24.00 น. และ วันที่ 1 กรกฎาคม เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. เลิกประชุมเวลา 20.00 น.
สำหรับการจัดสรรเวลาอภิปรายรวมทั้งสิ้น 41 ชั่วโมง แบ่งเป็น ประธาน 1 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคร่วมรัฐบาล 20 ชั่วโมง พรรคร่วมฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง ในกรณีที่มีการประท้วงจะทำการหักเวลาจากฝ่ายของผู้ประท้วง และหากฝ่ายใดใช้เวลาอภิปรายไม่หมดตามกรอบที่ได้รับการจัดสรร จะให้ตัดเวลาอภิปรายที่เหลือทิ้งทันที โดยจะไม่นำไปสมทบหรือทบกับเวลาอภิปรายในวันถัดไป
นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดชัดเจนว่า ให้รัฐมนตรีทุกคนชี้แจงและตอบข้อซักถามของ ส.ส.อย่างเต็มที่ เชื่อว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณทุกบาท เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างแท้จริง จะใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และมีความโปร่งใส ทั้งนี้ นายกฯ ยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้จ่ายภาครัฐ ที่ต้องตอบโจทย์สถานการณ์โลก โครงการที่ไม่เร่งด่วน ที่ไม่จำเป็น เช่น การก่อสร้างอาคารสำนักงาน การอบรมสัมมนา หรือศึกษาดูงานต่างประเทศ หากจำเป็นให้จำกัดจำนวนให้มากที่สุด
นายธนกร กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อเท็จจริง เน้นหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่เน้นอารมณ์เพียงเพื่อความสะใจแต่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย วันนี้แม้แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ก็ยังปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยว่าดีขึ้น และการลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ก็เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งเหล่านี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า กำลังกลับไปสู่สายตาของนักลงทุนอีกครั้ง
ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน จัดงาน “Creative Budget Hack: อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในงบประมาณ 2570” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบและสะท้อนมุมมองต่อการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2570 เพื่อนำข้อค้นพบไปขับเคลื่อนและอภิปรายต่อในสภาฯ
นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 พบว่าทุกหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ ถูกปรับลดงบประมาณพร้อมกัน กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เคยเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดเกือบ 9,500 ล้านบาท ในช่วงปี 2568-2569 แต่ในปีงบ 2570 ถูกปรับลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ งบของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568
ขณะที่งบของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) และ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (OKMD) ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาลประกาศว่าจะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ก็ลดลงต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ภาพรวมของงบปี 2570 คือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถูกปรับลดพร้อมกัน คิดเป็นวงเงินรวม 2,877 ล้านบาท จึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลนำงบส่วนนี้ไปลงทุนในด้านใดที่ให้ผลตอบแทนหรือความคุ้มค่ามากกว่า หรือเป็นเพียงการตัดลดงบโดยไม่มีแผนรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในระยะต่อไป
นายอิสริยะ กล่าวว่า หากพรรค ปชน.เป็นผู้จัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะออกแบบการใช้งบประมาณอย่างมียุทธศาสตร์และมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ โดยจะนำข้อเสนอไปประกอบการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ในสภาฯ วันที่ 29 มิถุนายนนี้
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าคดีฮั้ว ส.ว.ว่า วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายนนี้ จะเป็นการประชุมครั้งที่ 4 จากที่กำหนด 12 ครั้ง ยืนยันว่า ดำเนินการเสร็จทันตามกรอบกฏหมาย ยอมรับว่า ช่วงนี้มีแรงกดดันมากว่าอยากให้ กกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกาเลย ซึ่งทำไม่ได้ เพราะเมื่อมีเรื่องร้องเรียน กกต.ต้องมีหน้าที่สืบสวนและวินิจฉัยทุกเรื่องว่าจะยื่นคำร้องส่งให้ศาลหรือไม่ ดังนั้น ทุกเรื่องต้องผ่านการวินิจฉัย ของ กกต.ยืนยันว่าไม่มีการยื้อแน่นอน โดยจะให้คดีเสร็จภายในการประชุม 12 นัด
เมื่อถามว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ออกมาเปิดเผยหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว.อย่างต่อเนื่อง จะหยิบมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดอยู่ในสำนวน ไม่มีโอกาสดูว่านายพริษฐ์พูดอย่างไร แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าหลักฐานทั้งหมดในสำนวนต้องถูกหยิบยกมาพิจารณา ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานทางวิทยาศาสตร์ จะถูกนำมาพิจารณาประกอบ เส้นเงินทางโทรศัพท์ก็พิจารณาทั้งหมด ไม่ได้รู้สึกกดดันในการทำคดีนี้ เพราะถือว่าทำตามหน้าที่และกรอบของกฎหมาย ถ้ากดดันคงลาออกไปแล้ว



