เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” กรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 ว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมาได้เข้าชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 61 ต่อ สนช.รัฐบาลพยายามมุ่งเน้นให้การตั้งงบประมาณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และดูแลจัดสรรให้ตรงกับความต้องการของประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด การปรับเปลี่ยนการจัดทำงบประมาณเกิดขึ้นในหลายมิติ ดังนี้ มิติแรกคือ การจัดสรรงบประมาณมีความชัดเจนและดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศ ส่วนแรกคือ งบประมาณสนับสนุนงานฟังก์ชั่น หรืองานประจำ ครั้งนี้ปรับลดลงกว่า 240,000 ล้านบาท เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลต้องการลด ชะลอ หรือยกเลิก โครงการซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน ล้าสมัย และยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ จะนำงบประมาณส่วนที่ลดลงนี้ ไปเพิ่มในส่วนที่สองคือ งานบูรณาการประมาณ 130,000 ล้านบาท และงานยุทธศาสตร์ อีกประมาณ 110,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนโยบาย และการปฏิรูปประเทศ ให้เกิดผลอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มิติที่สองคือการจัดสรรงบประมาณให้สามารถสนับสนุนการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้จ่ายงบประมาณร่วมกันให้ได้ สะดวกยิ่งขึ้น เพิ่มการประสานงาน และลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน ทั้งแผนคน แผนเงิน แผนงบประมาณ จะต้องไม่ซ้ำซ้อนแบ่งความรับผิดชอบ สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ทำให้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นสามารถจะใช้ประโยชน์ได้สูงสุด มิติที่สามก็คือการสร้างความคุ้มค่าให้กับการใช้งบประมาณ มีกลไกในการจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันการทุจริต ผ่าน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง จัดให้มีคณะกรรมการคุณธรรม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวน การคัดกรองตรวจสอบอื่นๆ รัดกุมยิ่งขึ้น และมิติที่สี่คือการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณนี้เป็นก้าวสำคัญ จะขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศให้เกิดขึ้น และดำเนินไปได้ต่อเนื่อง รัฐบาลมีการวางแผนดำเนินการผลักดันการปฏิรูปด้านต่างๆ ควบคู่โดยเฉพาะกลไกมาตรฐาน กฎหมายต่างๆ ทั้งทำให้เกิดขึ้นใหม่ ปรับปรุงเพิ่มเติม หรือยกเลิกบางส่วน ให้สอดคล้องกันทั้งระบบนอกจากนี้ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณของประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ ตอบโจทย์ความต้องการ ในการปฏิรูปประเทศ ระบบราชการ การบริหารราชการ และข้าราชการเอง ถือเป็นปัจจัยสำคัญมากในขณะนี้

