ซีเค รีวิว AI-Pass ถึงรมต.ไชยชนก เปิด 3 ข้อย้อนแย้งเปลืองงบรัฐ แนะทางแก้
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ซีเค เจิง ผู้ก่อตั้งฟาสต์เวิร์ค (Fast Work) และอินฟลูเอนเซอร์ สายเทค และการลงทุนโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า บทความนี้ผมหวังว่าจะสามารถไปถึงรัฐมนตรีกระทรวง DE ครับ
ผมได้รับเกียรติได้ทดลองและฟีดแบค “AI-Pass” แต่ผมรู้สึกว่าตัว Product มีความย้อนแย้งอยู่ครับ โดยขอสรุปเป็น 3 ข้อหลัก ๆ ดังนี้:
ย้อนแย้งข้อที่ 1: การจำกัด Pro Version ไว้แค่ใน Chat Interface
ตัวโปรดักส์ของ AI-Pass มันรวม Pro Version ของแต่ละแบรนด์ แล้วผูกมัดอยู่ใน Chat Interface แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่จ่ายเงินซื้อ Pro Version ไม่ว่าจะเป็น Claude หรือ ChatGPT เขาไม่ได้ซื้อเพื่อแชท เขาซื้อสิทธิ์ใน Feature ที่มากกว่าแค่การแชท ตัวอย่างที่ดีมากคือ Claude Code, Co-work หรือ Codex แต่ Pro Version ที่อยู่ใน AI-Pass ไม่ได้มี Access ของ Coding Agent พวกนี้ มันมีแค่แชท และ Pro User ส่วนใหญ่ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อแชท อันนี้เลยเป็นความย้อนแย้งที่ผมไม่เข้าใจครับ
ย้อนแย้งข้อที่ 2: การแจก Pro Version ให้กับกลุ่มคนที่ไม่เห็นคุณค่า
การให้ Pro Version กับคนที่ไม่เห็นค่าเป็นเรื่องที่แปลก คุณอาจจะคิดว่าผมรู้ได้ไงว่าคนไม่เห็นค่า? ผมขอยกตัวอย่างนะ ดิจิทัลโปรดักส์ (Digital Product) ที่คนหมู่มากเห็นค่าคือ Netflix รายเดือนอยู่ที่ 200-300 บาท ซึ่งมันพอ ๆ กันกับ ChatGPT เลย แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมในประเทศไทย คนถึง Subscribe Netflix มากกว่า ChatGPT?
เพราะว่าเขาเห็นค่าครับ Netflix มีหนังที่เขาอยากดู ช่วยสร้างความบันเทิงในจังหวะที่คนต้องการ “ฆ่าเวลา หรือพักผ่อน” กลับกัน คนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นค่ากับ Pro Version ของ AI คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้ AI Chat สำหรับการคุยเป็นเพื่อน ปรึกษาเรื่องความรัก ดูดวง หรือปรึกษาปัญหาชีวิต ซึ่งความต้องการเหล่านี้ Free Version ก็เพียงพอแล้ว
คนที่ Subscribe Pro Version ของ AI เขาจ่ายเพื่อ Code Software, จ่ายเพื่อ Agentic Function, จ่ายเพื่อสร้าง Automate Workflow หรือจ่ายเพื่อสร้าง AI Dashboard ซึ่งผมเชื่อว่าคุณก็น่าจะเห็นด้วยว่า คนที่มีความต้องการเหล่านี้เป็นคนส่วนน้อยในประเทศ ก็แปลว่าถ้าคุณคิดว่าเหตุผลที่คนในประเทศส่วนใหญ่ไม่มี Pro Version เป็นเพราะเขาไม่มีเงินจ่าย 200 บาทต่อเดือน ผมว่าคุณคิดผิดครับ เพราะ Netflix ก็ 200 บาท และคนก็ยอมจ่าย มันแปลว่าที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมจ่าย ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะเขาไม่เห็นค่า
และโครงการนี้กำลังที่จะมอบ Pro Version ให้กับ 5 ล้านชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ของ 5 ล้านคนนี้ที่ปัจจุบันไม่มี Pro Version มีความเป็นไปได้สูงมากว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ไม่เห็นค่ากับสิ่งนี้ การใช้เงิน 1,600 ล้านบาท ไปให้คนใช้ Pro Version ในการ “ขอแรงบันดาลใจวันจันทร์” จะสร้าง GDP ให้กับประเทศได้จริง ๆ หรอครับ?
ย้อนแย้งข้อที่ 3: การสร้าง Friction ที่ไม่สมเหตุสมผลด้วย Educational Video
Product นี้พยายามพ่วง Educational Video มาเป็นข้อจำกัดในการ Access ถึง Credit ของ Pro Version ซึ่งมันเป็นการสร้าง Friction (อุปสรรคในการใช้งาน) ที่ไม่ค่อยเมคเซ้นส์เท่าไหร่ ผมขอยกตัวอย่าง บางคนใช้ AI-Pass หลังจากที่คุณ Prompt คุยกับ Chat AI ได้ประมาณ 6-8 ครั้ง ระบบจะจำกัด Pro Access ของคุณ เพื่อให้คุณต้องมาดูวิดีโอที่สอนเนื้อหาเกี่ยวกับ AI คุณลองคิดตามผมนะ ถ้าทุก ๆ 6-8 Prompt คุณต้องมานั่งดูวิดีโอให้ครบ7-30 นาทีแบบเลื่อนไม่ได้ คุณยังจะอยากใช้ Product นี้ต่อไหม?
และอีกข้อที่ผมได้ฟีดแบคกับทีมไปแล้วคือ เนื้อหาของตัววิดีโอเหล่านั้น เนื้อหาที่มีอยู่ปัจจุบันมีหัวข้อเช่น “Prompt คืออะไร” หรือ “Co-pilot คืออะไร” ซึ่งมันเกิดความย้อนแย้ง เพราะคนที่ไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่า Prompt คืออะไร ไม่ควรมาใช้ Pro Version และ Burn เงินประเทศชาติ เขาควรไปเล่นและเรียนรู้จาก Free Version ก่อน และอีกอย่างที่มันย้อนแย้งคือ มันมีคลิปสอนว่า Co-pilot คืออะไร แต่ในนี้ไม่มี Co-pilot ให้ใช้
ถ้า Product มันถูก Launch ออกไปแบบนี้ มี Friction ที่ไม่เมคเซ้นส์ และมีคอนเทนต์ที่ไม่ตอบโจทย์กับ User ผมว่ามีแนวโน้มสูงมากๆ (ผมให้ 99% เลย) ที่มันจะกลายเป็นอีกแอปพลิเคชันหนึ่งที่รัฐบาลสร้างมาและ PR ออกไป แต่สุดท้ายกลายเป็นแอปขยะที่ไม่มีใครกลับมาใช้หลังจากหมดช่วง Free Trial
ข้อเสนอแนะเพื่อไม่ให้เงินภาษีสูญเปล่า
ผมก็เลยแนะนำว่า ถ้ารัฐบาลอยากให้แอปนี้ไม่กลายเป็นอีกแอปหนึ่งที่หายไป และไม่ทำให้เงินภาษีของเราไม่เกิดประโยชน์กับ GDP ผมแนะนำให้:
1. เอาวิดีโอเหล่านี้ออก เพื่อลด Friction สำหรับการใช้งาน
2. ให้ User Access ถึง Pro Version แบบเต็มรูปแบบ ที่ไม่ใช่แค่ Chat
3. เปิด API สำหรับ LLM ใน AI-Pass ที่คุณมี ให้กับผู้ประกอบการและ Startup ได้ใช้ (ถ้าคุณยอมเปิด API ของ LLM ไม่ว่าจะเป็น Claude, OpenAI, Gemini, GLM, DeepSeek, Qwen, และอื่น ๆ ผมจะเป็น Brand Ambassador ให้เลยครับ)
แต่รูปแบบ AI-Pass ปัจจุบัน ถึงมันจะเป็น Pro Version จริง ๆ แต่รูปแบบ Product แบบนี้ ผมมั่นใจว่ามันจะเป็นอีกแอปหนึ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ เปลืองงบประมาณ และที่แย่ที่สุด มันจะกลายเป็นอีกแอปหนึ่งที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาแล้วไม่มีใครใช้
ผมเสียดายเงินครับ เสียดายความสามารถของคนไทย เสียดายโอกาสของประเทศไทย และผมก็หวังว่าคุณจะเสียดายมันเหมือนกันกับผมนะนกับผมนะ



