รัฐบาล เร่ง แก้ พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพิ่มคุ้มครองภูมิปัญญาชุมชน รับตลาดสมุนไพรไทย มูลค่ามากกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 หลังจากยกร่างแก้ไขตั้งแต่ปี’60 ปี และปี’63 โดยรวมร่าง 2 ฉบับ ในปี 2565 แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงเริ่มใหม่ปรับแก้ในปี’69 เพื่อให้ทันสมัย โดยเพิ่มประเภท ภูมิปัญญาชุมชน เป็นประเภทที่ 4 ให้สิทธิชุมชนขึ้นทะเบียนและรับค่าตอบแทนเมื่อถูกนำไปใช้ทางการค้า พร้อมเพิ่มโทษปรับสูงสุด 1 แสนบาทกรณีละเมิดสิทธิทางการค้า
สำหรับประเด็นสำคัญที่มีการแก้ไขในร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. …. ประกอบด้วย 1.การระบุบทบาทของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้ชัดเจน ให้อำนาจอธิบดีสามารถเปรียบเทียบปรับคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปีได้ เมื่อจ่ายค่าปรับตามกำหนด คดีถือเป็นที่สิ้นสุดโดยไม่ต้องขึ้นศาล
2.ประเภทการคุ้มครองภูมิปัญญา การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ได้มีการเพิ่ม ภูมิปัญญาชุมชน เพื่อคุ้มครองตำรับยาของกลางบ้านหรือสูตรยาเฉพาะของบางชุมชน ซึ่งหากใครต้องการนำภูมิปัญญาของชุมชนไปใช้ประโยชน์ จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับชุมชนนั้นๆ เพื่อให้เงินหมุนเวียนกลับสู่ชุมชน แต่หากชุมชนนั้นสลายตัวไป ภูมิปัญญาดังกล่าวจะกลับไปเป็นภูมิปัญญาของชาติต่อไป
3.การใช้ประโยชน์ภูมิปัญญาของชาติเพื่อการค้า ขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมถึงการนำไปขอขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้วย และเพิ่มข้อกำหนดให้สามารถลด หรือยกเว้นค่าตอบแทนได้ตามหลักเกณฑ์
4.ในส่วนของ กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีการวางแผนให้นำเงินรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ กลับเข้าสู่กองทุนโดยตรง 5.ในส่วนขององค์ประกอบและวาระของคณะกรรมการ มีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่มีวาระ 2 ปี ให้เพิ่มเป็น 4 ปี และ 6.การปรับปรุงเรื่องบทกำหนดโทษเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน เพิ่มโทษ กรณีนำภูมิปัญญาไปใช้ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น.ส.พลอยทะเลกล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาและยกระดับสมุนไพร ซึ่งจะสร้างประโยชน์ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ ประชาชนผู้ปลูกสมุนไพร กลางน้ำ คือ การแปรรูปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือสารสกัด และปลายน้ำ คือ ผลิตภัณฑ์สุดท้ายและการนำไปใช้รักษาโรค กระบวนการเหล่านี้จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนตั้งแต่ระดับฐานรากขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันมูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทย ประมาณ 45,000 ล้านบาท

