‘ชัยชนะ’ มอบฉายางบฯ70 ‘พ.ร.บ.เสี่ยกำมะลอ’ ไม่ว่านายกฯไปจังหวัดไหนให้แต่ความหวัง สุดท้ายตัดยันงบท้องถิ่น หวังหลอกใช้ให้เป็นหัวคะแนนแค่ตอนหาเสียง ท้วงตัดงบกรมสุขภาพจิต เพราะมีผู้ป่วยนับล้านคน เหน็บ เผลอๆ คนใน ครม.อาจป่วยด้วย
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 2
เวลา 10.16 น. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รู้สึกโหยหา เราทำลังพิจาณณางบ แต่ไม่มีรัฐมนตรีมาร่วมฟัง ส.ส. ไม่ทราบว่าแอบไปอยู่ห้องไหน ทั้งนี้ ขอตั้งฉายางบ 70 ว่า “พ.ร.บ.เสี่ยกำมะลอ” เพราะนายกฯเดินทางไปไหนก็ให้ความหวังประชาชนตลอด ไปจังหวัดไหนก็บอกว่าจะให้งบประมาณ แต่ปีนี้พอกลับมาดูงบกลุ่มจังหวัดและงบจังหวัดโดนตัดไป 22,000 ล้านบาทเหลือเพียง 4,000 ล้านบาท คิดแล้วได้ไม่ถึงจังหวัดละ 100 ล้านบาท ถ้าตัดงบกลุ่มจังหวัดก็หวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะตอนเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย หาเสียงที่ไหนก็ประกาศต่อหน้าประชาชนว่าจะกระจายอำนาจ อุดหนุนองค์กรปกครอง แต่วันนี้กลับได้งบนิดเดียว ที่เหลือเอาไปให้หน่วยงานราชการส่วนกลาง

“ทราบหรือไม่ว่าท้องถิ่นปีนี้ได้รับจัดสรรอยู่เพียง 880,541 ล้านบาท ทั้งที่ควรได้รับประมาณ 928,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 29 เท่าเดิม นี่หรือที่ท่านบอกว่ามีความจริงใจกับท้องถิ่น ที่ท่านบอกว่าจะดูแลท้องถิ่น จะกระจายอำนาจ สุดท้ายแล้วท่านก็เอาทุกอย่างมารวมศูนย์อำนาจไว้อีก หรือท่านเพียงหลอกใช้เขา ให้เป็นหัวคะแนนให้ตอนหาเสียง หลายท่านเพื่อนสมาชิกซีกรัฐบาล มีสามี มีภรรยา เป็นนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่คิดกันบ้างหรือว่านี่คือสิ่งที่ท้องถิ่นโดนทำร้ายเล่า โดนทำร้ายทำอีก” นายชัยชนกล่าว
นายชัยชนะกล่าวต่อว่า ส่วนการจัดสรรงบของกรมสุขภาพจิต ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เผลอๆ คนที่นั่งใน ครม.อาจจะป่วยเป็นจิตเวชด้วย เพราะคนเป็นจิตเวชเขามักพูดแล้วหลงลืม บางครั้งใน ครม.เขาบอกให้ไปขายมะพร้าว ไปขายลูกละ 1 บาท พอกุ้งมีปัญหาเขาบอกว่ากุ้งมีแค่ 100 ตัน พอขายทุเรียนไปบอกอินฟลูเอนเซอร์ว่าขายทุเรียนหน่อย กิโลกรัมละ 100 บาท แต่เขาลืมไปว่าเกษตรกรเขาขายกิโลกรัมละ 150 บาท
นายชัยชนะกล่าวว่า กรมสุขภาพจิตของบประมาณกว่า 71.54 ล้านบาท เพื่อผลิตจิตแพทย์ 34 คน แต่กลับได้รับงบเพียง 27 ล้านบาท ทำให้สามารถผลิตจิตแพทย์ได้เพียง 22 คนเท่านั้น ขณะเดียวกัน งบดูแลผู้ป่วยจิตเวชทั่วประเทศที่เสนอไว้ 220 ล้านบาท ก็ถูกลดเหลือเพียง 88 ล้านบาท ทั้งที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยจิตเวชนับล้านคน และยังมีผู้ที่ประสบปัญหาสุขภาพจิตจำนวนมาก ซึ่งยังไม่เข้าสู่ระบบการรักษา และจากผลการศึกษาที่ระบุว่า คนไทยกว่า 13.4 ล้านคน เคยประสบปัญหาสุขภาพจิต และในแต่ละปีมีผู้พยายามฆ่าตัวตายกว่า 30,000 คน เสียชีวิตสำเร็จราว 5,000 คน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ ทำไมรัฐบาลจึงไม่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ทั้งที่นายกรัฐมนตรีเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน

นายชัยชนะกล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ถ้าตนไม่พูดก็คงนอนไม่หลับ เพราะรัฐบาลบอกว่าวันนี้ประเทศไทย ในสภาแห่งนี้ หรือหน่วยงานราชการ ประชาชนทั่วไป ใช้ระบบ AI กันเยอะ สมมุติคนใช้ Chatgpt จ่ายรายเดือน เดือนละ 500 บาท จำนวน 1 ล้านคน เท่ากับเดือนหนึ่งใช้เงิน 500 ล้านบาท ที่จ่ายให้แพลตฟอร์มที่เป็นของต่างชาติ ปีหนึ่งเท่ากับ 6,000 ล้านบาท แต่วันนี้ทำไมแพลตฟอร์มที่รัฐบาลกำลังสร้างขึ้นมาไม่อธิบายว่าเป็นแพลตฟอร์มของรัฐบาล ทำ Gemini ได้ทำ ChatGPT ได้ เช่น วันนี้รัฐบาลมีโครงการอยู่แล้วก็บอกไปว่าให้ประชาชนใช้ AI ฟรี 5 ล้านคน แบ่งเป็นนักเรียนเท่าไหร่ นักศึกษาเท่าไหร่ ประชาชนคนทั่วไปเท่าไหร่ หน่วยงานราชการเท่าไหร่ ภาคเอกชนเท่าไหร่ที่ใช้ฟรีได้ โดยรัฐดูแลค่าใช้จ่าย แต่วันนี้เราสูญเงินกับเรื่องนี้ปีละ 100,000 ล้านบาท นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิด
“วันนี้ใช่ว่าเป็นรัฐบาลแล้วอยู่ในช่วงฮันนีมูน บางท่านก็อยู่มาแล้วใน ครม.อนุทิน 1 มาอนุทิน 2 ยังฮันนีมูนไม่จบ สนใจเพียงการลงพื้นที่ ตรวจราชการ มีรถนำ เดินแอ๊กอาร์ต เท่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่แก้ไขปัญหาของประเทศ ผมถึงบอกว่าประเทศนี้จะเดินหน้าได้ ผู้นำประเทศต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นผู้นำ และรับฟังเสียงของ ส.ส. ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐมนตรีไม่เข้ารับฟังการอภิปรายงบประมาณ ซึ่งสะท้อนถึงการไม่ให้ความสำคัญต่อการใช้งบประมาณของประเทศ และร่างงบ 70 นี้เป็นงบที่มาพร้อมการก่อหนี้ใหม่กว่า 780,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยคนไทยต้องแบกรับภาระหนี้เพิ่มอีกกว่าคนละ 10,000 บาท แต่วันนี้เสียงที่ ส.ส.พูดรัฐบาลไม่เคยรับฟัง แต่มอบหมายให้ ส.ส.ซีกรัฐบาลเข้าเวรวง ต้องเข้าเวรเป็นเวลา อยู่ไม่ให้องค์กรประชุมล่ม ของเรียกร้องให้ ครม.รับฟังสภา เพื่อให้ประเทศมีงบประมาณที่ดีในการพัฒนาประเทศต่อไป” นายชัยชนะกล่าว
จากนั้นนายโสภณได้แจ้งต่อที่ประชุมสภาว่า รัฐมนตรีได้ร่วมประชุม ครม.อยู่ที่รัฐสภา จึงเรียนสมาชิกให้ได้ทราบ



