หน้าแรก การเมือง ปชช.พึงพอใจ ก...

ปชช.พึงพอใจ การบริการหน่วยงานรัฐเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เปิดท็อป 3 การบริการ ปชช.อยากให้พัฒนา

30.06.26 | 15:10 น.

ครม.รับทราบผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี 2568

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี 2568 และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ดำเนินการสำรวจฯ ประชาชนผู้ใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และการลงพื้นที่สำรวจ ณ จุดบริการของหน่วยงานของรัฐ จำนวน 11,251 ตัวอย่าง (จำนวนผู้ใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐที่ตอบแบบสำรวจ) ดังนี้

1. ผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี 2568 โดยประชาชนมีความพึงพอใจในภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 83.20 (เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีความพึงพอใจในภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 83.03) ซึ่งประชาชนมีความพึงพอใจสูงสุดด้านเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ ร้อยละ 85.70 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานมีการพัฒนาศักยภาพและจิตใจในการให้บริการที่ดีของเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ รองลงมา คือ ด้านขั้นตอนและระยะเวลา ร้อยละ 84.64 ด้านสถานที่ ร้อยละ 84.43 และด้านบริการผ่านช่องทางออนไลน์ร้อยละ 81.99 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ความพึงพอใจของประชาชนด้านบริการผ่านช่องทางออนไลน์ลดลงจากร้อยละ 84.31 ในปี 2567 เนื่องจากประชาชนมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของระบบออนไลน์

ทั้งนี้ งานบริการที่ประชาชนมีความพึงพอใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การซื้อขายทรัพย์ทอดตลาด (กระทรวงยุติธรรม) การขอจัดตั้งโรงเรียนเอกชน (กระทรวงศึกษาธิการ) และงานทะเบียนธุรกิจ (กระทรวงพาณิชย์) ตามลำดับ

2.ผลสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.12 (เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีความเชื่อมั่นในภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 80.63 และเพิ่มขึ้นในทุกด้าน) ซึ่งประชาชนมีความเชื่อมั่นสูงสุดด้านการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 85.68 ด้านการให้บริการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ น่าเชื่อถือ ร้อยละ 85.39 ด้านการให้บริการอย่างเท่าเทียม ร้อยละ 84.94 ด้านการให้ความสำคัญต่อข้อคิดเห็นของประชาชนและนำมาพัฒนางานบริการ ร้อยละ 82.60 และด้านการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการออกแบบงานบริการหรือดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ร้อยละ 82.02 ตามลำดับ

นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะของประชาชนต่องานบริการของหน่วยงานของรัฐที่ต้องการให้มีการพัฒนาบริการให้ดีขึ้น 3 อันดับแรก คือ การให้บริการของสถานพยาบาล ร้อยละ 41.61 งานทะเบียนราษฎร ร้อยละ 16.78 และงานทะเบียนที่ดิน ร้อยละ 12.84 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานบริการที่ประชาชนใช้บริการ ณ จุดบริการ และมีจำนวนผู้ใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลต่อการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ความเพียงพอของเจ้าหน้าที่ และระยะเวลารอคอย

Advertisement

3.ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ

จากผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในปี 2568 (ตามข้อ 2) เป็นโอกาสให้หน่วยงานของรัฐพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ ดังนี้
3.1 ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของงานบริการออนไลน์ (e-Service) เช่น การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนางานบริการออนไลน์แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร (End to End Service) เพื่อสร้างความมั่นใจและส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการออนไลน์มากขึ้น
3.2 เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบงานบริการหรือดำเนินการร่วมกับภาครัฐ เช่น การจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นที่เปิดให้ประชาชนหรือภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบบริการ เพื่อให้หน่วยงานพัฒนางานบริการได้ตรงตามความต้องการของประชาชน
3.3 จัดทำระบบคิวและนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ ณ หน่วยงาน และระบบแจ้งเตือนการนัด เพื่อสร้างความโปร่งใสของระบบคิว และลดระยะเวลารอคอยก่อนรับบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชน
3.4 สื่อสารข้อมูลงานบริการที่ ชัดเจน หลากหลายช่องทางและสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับความชัดเจนของข้อมูลงานบริการที่ประชาชนได้รับ และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น
3.5 จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล (Digitization) แทนการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเอกสารกระดาษ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและประมวลผลข้อมูล รวมทั้งรองรับการพัฒนาการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
4.ประโยชน์ของการดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของภาครัฐเป็นผลลัพธ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนเป็นข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและออกแบบบริการต่าง ๆ ให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ทรัพยากรภาครัฐ