หน้าแรก การเมือง ช่อ ฝากสื่อถา...

ช่อ ฝากสื่อถาม ‘กลัวอะไรปธ.สภากทม.พรรคส้ม’ ชี้ ปชน.ต้องลุยเจรจา เชื่อเจอสกัดเต็มที่

30.06.26 | 16:30 น.

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์รายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง ทางมติชนทีวี โดยในตอนหนึ่ง นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร ผู้ดำเนินรายการ ถามถึงประเด็นจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งพรรคประชาชน ชนะเลือกตั้ง 22 คน จาก 50 คน ใน 50 เขต และการชิงตำแหน่งประธานสภากทม.

น.ส.พรรณิการ์ ตอบว่า นั่นคือเหตุผล ที่พรรคตั้งเป้าหมายว่าต้องได้ ส.ก.เกินครึ่ง ไม่ใช่เพราะว่าย่ามใจหรือรู้สึกว่า ‘ฉันต้องชนะแน่ นอนมา’ แต่เหมือนกับเลือกตั้งใหญ่ ว่าทําไมต้องตั้งเป้า 250 มันเป็นความจำเป็นสำหรับพรรคประชาชน ถ้าอยากจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง และอยากการันตีว่าได้ทำแน่ ต้องได้เกินครึ่ง เพราะที่เหลือมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่เอาด้วย

“วันนี้สภากทม.กำลังจะเกิดเหตุการณ์เหมือนสภาพจำลอง สมมุติว่าเลือกตั้งใหญ่พลิกกลับ พรรคประชาชนชนะ และได้ 220 มันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน แต่พอดีว่าแพ้เลยเป็นไปอย่างเรียบง่ายกว่านั้น พรรคภูมิใจไทยก็ได้ไป แต่ว่าสมมติวันนั้นพรรคประชาชนได้ 220 แต่ยังไม่ถึง 250 ซึ่งแปลว่า ที่เหลือ เขาจะเกิดสามัคคีชุมนุม รวมกันไม่เอาพรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม วันนั้นเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น แต่หตุการณ์นี้เกิดขึ้น 22 คน แล้วที่เหลือทั้งหมด 28 คน ถ้าพูดให้ชัดๆ คือกลุ่มคนทำงาน 11 คน ประชาธิปัตย์ 8 คน เพื่อไทย life 4 คน อิสระ 3 คน และBetter Bangkok 2 คน เพราะฉะนั้นที่เหลือทั้งหมดจะเห็นว่าเป็นกลุ่มก้อนที่เยอะมาก มีประมาณ 6-7 กลุ่ม แต่ฝั่งพรรคประชาชนมีกลุ่มเดียว 22 คน คําถามคือจะรวมกันไม่เอาพรรคประชาชนเป็นไปได้ไหม ในเมื่อที่เหลือมีตั้ง 6-7กลุ่ม คำตอบคือ เป็นไปได้ ถ้าคนเรามีจุดร่วมกันก็รวมกันได้เสมอ เพราะฉะนั้นคำถามที่ประชาชนจะต้องถามก็คือ จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คืออะไร จุดร่วมกันของพรรคประชาชนไม่ต้องอธิบาย เพราะเขาพรรคเดียวกันอยู่แล้ว” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

Advertisement

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า 50 คนที่ลงสมัครทุกคนมีวาระเขตของตัวเอง เข้าไปดูในเว็บไซต์ได้ จริง ๆ น่าเสียดาย เป็นความผิดพลาดของพรรคเหมือนกันที่ไม่ได้ไปถึงผู้คน แต่ทุกคนมีวาระเขตที่เป็นสัญญาประชาคมชัดเจนในเว็บไซต์ในแผนพับของพวกเขาว่าถ้าเขาได้เข้าไป เขามีวาระอะไรที่จะผลักดันแม้แต่วาระสภากทม.100วันแรก 1ปี 4ปีแรก ก่อนหน้าเลือกตั้งไม่กี่วัน พรรคประชาชนแถลงไปแล้ว คือ คลิปที่ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แถลงวาระสภากรุงเทพฯ เข้าใจว่าจนถึงก่อนเลือกตั้งก็มีคนดูไปหลายแสน ไม่นับที่คนอื่นไปเผยแพร่ต่อ แปลว่าคนคาดหวังกับวาระสภากรุงเทพฯ ทีนี้ความชัดเจนของพรรคประชาชนมันชัดอยู่แล้ว ไม่ทุจริต คอร์รัปชัน มีวาระชัดเจนที่ต้องการผลักดัน

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อไปว่า ข้อดี คือ หลายวาระที่พรรคประชาชนบอกว่าต้องการจะผลักดัน ตรงกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เช่น เรื่องบัตรทอง เรื่องศูนย์เด็กเล็ก แต่ว่า ณ วันนี้คำถามคือ อีก 28 คน 6 กลุ่มที่เหลือที่จะรวมกันจุดร่วมของพวกเขาคืออะไร ถ้าจุดร่วมของพวกเขาคือไม่เอาส้มมันก็กำปั้นทุบดิน มันก็ไม่ได้ตอบคำถามอะไร

“คำถามคือดิฉันว่า ถ้าจะมีการรวมกันเพื่อบอกว่าเราไม่เอาพรรคประชาชน เราจะมีประธานสภาเป็นของตัวเอง ซึ่งมีชื่อตามที่ปรากฏในข่าว ว่ามีคุณวิรัช คงคาเขตร บางกอกใหญ่ ดิฉันเสียดายมาก เพราะว่าผู้สมัครของเราทำงานดี ทำงานพื้นที่เยอะมากเป็นประธานชุมชนมาก่อนด้วย แต่แพ้ไปเยอะเหมือนกัน
คุณวิรัชก็ของแข็ง อีกชื่อคือคุณไม้ วิพุธ ศรีวะอุไร ซึ่งเดิมเป็นพรรคเพื่อไทย ตอนนี้ลงในนามของคนทํางาน ต้องดูว่าจุดร่วมของคนเหล่านี้คืออะไร อย่างไรพรรคประชาชนคงต้องพยายามเจรจาต่อรองให้ได้มากที่สุด แต่เราเชื่อว่า คงมีความพยายามเต็มที่เหมือนกันที่จะไม่ให้ประธานสภาส้มได้” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ขอฝากประชาชนและสื่อช่วยกันตั้งคำถาม 2 ข้อ 1 คือกลัวอะไรกับประธานสภาพรรคประชาชน ข้อ 2 คือ 28 คน ที่รวมกันได้ด้วยเหตุผลอะไร ตนเชื่อมากว่าเหตุผลที่เขาจะบอก คือ สนับสนุนการทำงานของอาจารย์ชัชชาติ ซึ่งจริงๆ Digital Footprint มีว่า 4 ปีแต่ละคนทำอะไรไว้บ้าง