ปิดหน้าออนไลน์: ผ่ากระแสร้อน อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เฉือนป่าตะวันออก ระวังเผือกร้อนกว่า SAVEทับลาน
ความวัว เรื่องของกระแส SAVEทับลาน ยังไม่ทันเจือจาง ความควายเรื่อง การเฉือนพื้นที่ป่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาสิบห้าชั้น และ ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนช่อง จ.จันทบุรี กว่า 1.4 หมื่นไร่ กำลังจะกลายเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในสังคมอีกรอบ
โดยเมื่อเร็วๆนี้ มูลนิธิสืบนาคะเถียร ได้ยื่นหนังสือ ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งเพิกถอน รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ซึ่งทางคณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.) ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)ตั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆขึ้นมาพิจารณา โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ของกรมชลประทาน โดยคชก.ได้ให้ความเห็นชอบโครงการนี้แล้ว
เท่ากับว่า โดยหลักการ มีการอนุมัติให้ดำเนินโครงการนี้แล้ว 80% มีขั้นตอนอื่นๆอีกเพียงเล็กน้อย หลังจากนั้น ผู้รับเหมาก่อสร้างเข้าพื้นที่ดำเนินการได้เลย
ชะรอย สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) น่าจะมองเห็นอะไรบางอย่าง จึงรีบโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ยังไม่ได้เซ็นอะไรเกี่ยวกับโครงการนี้ออกมาเลย ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์ ในเวลาต่อมาว่า ขั้นตอนการดำเนินการเรื่องนี้ยังอีกยาวไกลอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนผันน้ำจากจังหวัดจันทบุรีไปยังจังหวัดระยอง ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 เมษายน 2552 เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดระยองและชลบุรี โดยลุ่มน้ำคลองวังโตนด มีอ่างเก็บน้ำที่ก่อสร้างแล้ว 3 แห่ง ได้แก่
อ่างเก็บน้ำคลองประแกด ความจุ 60.25 ล้านลูกบาศก์เมตร
อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ ความจุ 68.10 ล้านลูกบาศก์เมตร
อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ความจุ 80.70 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดที่เสนอสร้าง มีความจุ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกำหนดให้เป็นแหล่งน้ำสำรองเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรมประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
รายงาน อีเอชไอเอ ที่กรมชลประทานว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำ ระบุว่าโครงการจะก่อให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จำนวน 7,503 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง จำนวน 7,097 ไร่ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นน้ำ แหล่งกักเก็บคาร์บอน และถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะช้างป่า และกระทิง
ก่อนหน้านี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอให้ “ลดขนาดอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แต่ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 มีมติให้ ลดพื้นที่โครงการเหลือประมาณ 10,000–12,000 ไร่ และลดความจุอ่างให้เหลือ 60 หรือ 80 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถูกแทรกเข้ามาอยู่ใน “วาระอื่น ๆ”
ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เนื่องจากเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ทั้งด้านผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ สัตว์ป่า ความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ ตลอดจนความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
นายภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเถียร กล่าวว่า คชก.ให้ผ่านในหลักการ และให้หน่วยงานคือกรมอุทยานฯกับทางกรมชลประทานไปคุยในรายละเอียด ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมอุทยานฯเคยเสนอให้กรมชลประทานลดขนาดของอ่าง ซึ่งจะต้องตัดต้นไม้ทิ้งจาก 7,503 ไร่ เหลือเพียง 657.69 ไร่ โดยทำให้อ่างเก็บน้ำมีความลึกมากขึ้น ซึ่งทางกรมชลประทาน บอกว่า ในทางวิศวกรรมแล้ว ทำแบบนั้นไม่ได้
“โครงการนี้ ถ้าทำขึ้นมาจริงๆจะยิ่งกว่า กรณีของอุทยานแห่งชาติทับลานเสียอีก เพราะพื้นที่อุทยานทับลานที่ถูกกันออกนั้นปัจจุบันไม่ได้เป็นป่าอีกแล้ว แต่พื้นที่ตรงนี้คือป่าดิบชื้น ที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก ที่สำคัญคือเป็นพื้นที่ป่าไข่แดงของกลุ่มป่าตะวันออก ที่ถูกขนาบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เป็นหุบเขาสูง โดยพื้นที่ ที่จะสร้างอ่างนั้นอยู่ในพื้นที่ราบ ในรายงานอีเอชไอเอ ระบุด้วยว่า พื้นที่ ที่สัตว์ป่าเคลื่อนย้ายไปมา ต่างกับข้อมูลของกรมอุทยานฯที่ว่า บริเวณดังกล่าวมีช้างป่าฝูงใหญ่ประมาณ 80-100 ตัวอาศัยอยู่ประจำ ซึ่งเกรงว่า หากมีการเพิกถอนพื้นที่ป่าตรงนี้ ในอนาคตจริงๆจะทำให้เกิดปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่เข้าไปในแหล่งชุมชนมากยิ่งขึ้น”นายภานุเดช กล่าว
รายงานอีเอชไอเอ จะหมดอายุในเดือนสิงหาคม 2569 หมายความว่า ถึงตอนนั้น บริษัทที่ปรึกษาจะต้องเริ่มต้นทำอีเอชไอเอฉบับใหม่
การทำอีเอชไอเอใหม่ ในขณะที่โครงการออกมาอยู่ในที่แจ้ง ที่สังคมรู้เรื่องนี้ในวงกว้างมากขึ้น ทำให้เกิดการตรวจสอบโครงการ ก่อนที่จะเสียป่ากว่าหมื่นๆไร่ไปอย่างง่ายดาย เหมือนกับหลายๆโครงการ
แต่ถ้ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้เรื่องดำเนินไป อาจจะเกิดปรากฏการณ์ SAVEน้ำตกเขาสิบห้าชั้น เข้ามาแทน SAVEทับลานอีกก็ได้



