หน้าแรก การเมือง วุฒิฯผ่านร่าง...

วุฒิฯผ่านร่างกม.นิรโทษกรรม ไม่เกี่ยวม.112-ล้างผิดฮั้วสว. ส่งกลับสภาล่างเคาะ ศาลเริ่มเดินหน้าคดี44สส.

1.07.26 | 06:00 น.

วุฒิสภาผ่านร่างกม.นิรโทษกรรม ไม่เกี่ยวมาตรา 112 – ล้างผิดฮั้วสว. ส่งกลับสภาล่างเคาะอีกครั้ง ศาลเริ่มเดินหน้าคดี44สส.

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ… คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มีพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระ 2 และวาระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กมธ.เสียงข้างมากได้แก้ไข ได้แก่ เพิ่มคำปรารภ แก้ไขในรายมาตราจำนวน 4 มาตรา และแก้ไขบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ โดยในการพิจารณาวาระ 2 เรียงลำดับมาตรานั้นพบว่า สว.ข้างมากลงมติเห็นชอบตามที่กมธ.แก้ไข รวมถึงการเพิ่มวรรคใหม่ในมาตรา 11 ว่าด้วยกระบวนการที่ให้ผู้ทำผิดอายุไม่ถึง 18 ปี ได้รับการพิจารณายุติการดำเนินนคดีกมธ.เสียงข้างมาก เพิ่มวรรคสองกำหนดว่า ไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย โดยในการพิจาณาส่วนของบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ กมธ.ได้ปรับปรุงเนื้อหาใหม่ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว.สงวนคำแปรญัตติ อภิปรายตั้งข้อสังเกตรวมถึงความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการได้มาของสว. อาจทำให้เกิดผลพวงนิรโทษกรรมคดีเกี่ยวกับเลือกตั้งหรือไม่

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการ กมธ. ชี้แจงว่า ในบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ. มีกฎหมายรวม 29 ฉบับ กมธ.ไม่ได้แก้ไขเนื้อหาได้รับมาจากสภาฯ มีเพียงการจัดเรียงใหม่ลำดับตามศักดิ์ของกฎหมาย ทำให้ถูกจับไปเป็นประเด็นว่า บัญชีแนบท้ายขึ้นต้นด้วยความผิด ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. พ.ศ.2561 มีวงเล็บตนขอย้ำว่า ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ จึงไม่เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งและฮั้วสว. ตนยืนยันว่าไม่นิรโทษกรรมตัวเอง เรื่องคดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากพิจารณาเรียงลำดับเป็นรายมาตราแล้วเสร็จได้ลงมติว่าจะเห็นชอบกับทั้งฉบับหรือไม่ โดยมติข้างมากเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ตามที่กมธ.แก้ไข 103 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 22 เสียง นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกมธ. ต่อประเด็นที่เสนอให้กรณีพบผู้ต้องขังจากการกระทำความผิด หรือการแสดงออกทางการเมือง แต่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขควรพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะในการบริหารโทษทางอาญา หรือคุมขังในสถานที่คุมขังไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนเป้าหมายเสริมสร้างสังคมสันติสุขให้โอกาสสังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สมานฉันท์ ปรองดอง ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เนื่องจากร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่สว.เห็นชอบในวาระ 3 มีการแก้ไขจากฉบับได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ จึงจำเป็นต้องส่งให้สภาฯ พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับสิ่งที่สว.แก้ไขหรือไม่ ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ส่วนรายละเอียดกมธ.แก้ไขและมติสว.เห็นชอบ อาทิ คำปรารภเพิ่มขึ้นนั้นมีสาระสำคัญคือ เพื่อแจ้งการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคคล เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข สามารถเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพื่อนำไปสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุขร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Advertisement

ขณะที่มาตรา 6 ว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้เพิ่มข้อความคำว่าสิ่งของเข้าไปใน (3) เพื่อให้ครอบคลุมกับสิ่งของอื่นๆ ไม่จำกัดเฉพาะเอกสารที่เป็นแผ่นกระดาษเข้าให้ข้อมูลกับกรรมการ รวมถึงยังแก้ไขในส่วนของการทำรายงานผลดำเนินงานการทำงานจากเดิมที่กำหนดให้รายงานต่อรัฐสภา ไปเป็นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น และยังได้เพิ่มวรรคท้ายเพื่อให้ความคุ้มครองการทำหน้าที่ของคณะกรรมการที่ได้ทำโดยกระทำโดยสุจริต

ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยวันนี้ฝ่ายผู้ร้อง คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. มีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมการ พิจารณาคดีครั้งแรก ส่วนฝ่ายผู้คัดค้าน คือ 44 สส. พรรคก้าวไกล แกนนำส่วนใหญ่วันนี้จะ ส่งทนายความมาเป็นตัวแทน และมีสส.บางคนมาด้วยตนเอง นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตสส.บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ศาลออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง วันนี้ศาลมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้าน ของผู้คัดค้านทั้งหมด 44 คน หลังจากนั้น ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 สิงหาคมเวลา 09:30 น. ให้คู่ความทั้งสองฝ่าย ยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีพยานหลักฐานต้องให้ศาลออกหมายเรียกก่อนวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ต้องยื่นก่อนภายใน 7 วัน กำหนดวันนัดไต่สวนพยาน นัดแรกวันที่ 25 สิงหาคม พร้อมนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 กันยายน และ 27 ตุลาคม เวลา 09:30 น. จะมีการไต่สวนทั้งหมด 17 ปาก และวางกรอบพิจารณาเป็นระยะเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งในคำร้องของ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ยื่นคำร้องให้ศาลขอให้ศาลพิจารณาพิจารณาสั่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นกรณีองคมนตรี เข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วมกับปภ. และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกี่ยวกับระบอบสีน้ำเงิน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าส่วนกรณีความปรากฏผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยทนายความของนายณัฐพงศ์ได้ชี้แจงกับศาลว่า การให้สัมภาษณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหา และไม่เป็นการกระทำซ้ำ จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ทั้งนี้ ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความและเป็นทนายความด้วยตนเอง ส่วนผู้คัดค้านที่ 12 ไม่แต่งตั้งทนายความ จะขอคัดค้าน และไต่สวนเอง