สปอตไลต์ส่องฉายมาถึง ‘สภากรุงเทพมหานคร’ อีกหลัง หลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเหล่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขตเพิ่งจบไปหมาดๆ เมื่อกระแสการช่วงชิงเก้าอี้ประธานสภากทม.ลุกโชน
พรรคประชาชน ซึ่งกวาดเก้าอี้ ส.ก.ได้ถึง 22 คน ชิงแกรนด์โอเพนนิ่ง เนอส ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย อาสารับหน้าที่สำคัญนี้ ขณะที่พรรคอื่น กลุ่มอื่น รวมถึงบุคคลอิสระ เตรียมเปิดตัวตามมาติดๆ
ก่อนจะถึงประเด็นอื่นใด มารู้จักบทบาทหน้าที่ของสภาแห่งนี้ ที่อยู่คู่กรุงเทพมหานครมาเป็นเวลา 53 ปี มีทั้งชุดที่มาจากการ ‘แต่งตั้ง’ และ ‘เลือกตั้ง’ สลับสับเปลี่ยนกันไปตามสถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานั้น
ในประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร มีสภากรุงเทพมหานครมาแล้ว 13 ชุด โดยชุดล่าสุดที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งเข้ามาหมาดๆ จะเป็นชุดที่ 14
สภากทม. องค์กร ‘นิติบัญญัติ’
ตรวจสอบ-ติดตามฝ่ายบริหาร
ชุดแรก ‘แต่งตั้งล้วน’ ปี 16 ยุคผู้ว่าฯ ชำนาญ ยุวบูรณ์
สภากรุงเทพมหานครเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบในการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และมีอำนาจตรวจสอบติดตามการบริหารของฝ่ายบริหาร ด้วยการตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ เปิดอภิปรายทั่วไป และโดยเฉพาะการทำหน้าที่ผ่านคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทอันสำคัญของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่จะตรวจสอบและติดตามการบริหารของฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร
ย้อนไปในช่วงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 วันที่ 13 ธันวาคม 2515 ซึ่งประกาศให้เรียกนครหลวงของประเทศไทยว่า ‘กรุงเทพมหานคร’ โดยให้มี ‘ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ และ ‘รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ ซึ่งแต่งตั้งและถอดถอนคณะรัฐมนตรี มี ‘สภากรุงเทพมหานคร’ ซึ่งประชาชนเลือกตั้ง และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง อย่างไรก็ตาม ประกาศดังกล่าวกำหนดให้ 4 ปีแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งสมาชิกสภาแทนการเลือกตั้ง และให้แบ่งพื้นที่กรุงเทพฯ ออกเป็น ‘เขต’และ ‘แขวง’
สภากรุงเทพมหานคร ถือกำเนิดขึ้นโดยมี ส.ก.ชุดที่ 1 ในยุคที่ นายชำนาญ ยุวบูรณ์ เป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการแต่งตั้ง และ ส.ก.ชุดนี้ ก็มาจากการแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 177/2516 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2516 มีวาระระหว่าง 16 เมษายน 2516-10 สิงหาคม 2518

ต่อมา ในช่วงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 กำหนดให้ผู้ว่าฯ กทม.และรองผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง สภากรุงเทพมหานครมีสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ภายใต้พ.ร.บ.ฉบับนี้เกิดขึ้นครั้งเดียว เมื่อ 10 สิงหาคม 2518 แต่ผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนั้น (นายธรรมนูญ เทียนเงิน พรรคประชาธิปัตย์) ก็อยู่ไม่ครบวาระ 4 ปี เพราะเกิดความขัดแย้งรุนแรงทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ จนนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้พ้นตำแหน่งทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. เมื่อ 29 เมษายน 2520
หลังจากนั้น เข้าสู่ช่วงที่ ผู้ว่าฯ และ ส.ก. มาจากการ ‘แต่งตั้ง’ ล้วนๆ รวมแล้ว มีผู้ว่าฯ แต่งตั้ง ไล่เรียงกันมา 4 คน ส.ก. แต่งตั้ง 2 ชุด ระหว่างปี 2520-2528
2528 เลือกตั้งยาว ก่อนเจออำนาจ คสช.
ปลดผู้ว่าฯ แต่งตั้ง ส.ก. ยกเลิก ส.ข.
กระทั่งมาถึงช่วงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 กทม. กลับสู่ยุคที่ผู้ว่าฯ และส.ก.มาจากการ ‘เลือกตั้ง’ อีกทั้งให้มี ‘สภาเขต’ ในแต่ละเขตซึ่งมาจากการเลือกตั้งด้วย จึงมี ‘สมาชิกสภาเขต’ หรือ ส.ข. สืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน
ทว่า เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. รัฐประหารใน ปี 2557 กทม. หวนกลับไปใช้ระบบสภากทม.ที่มาจากการ ‘แต่งตั้ง’ โดย คสช. ออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 86/2557 ประกาศให้งดการจัดเลือกตั้ง ส.ก. และ ส.ข. โดยให้แต่งตั้ง ส.ก.ชุดใหม่แทนชุดเดิมที่หมดวาระในปีนั้น
ส่วนผู้ว่าฯ กทม. ขณะนั้น คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ‘ถูกปลด’
คสช. แต่งตั้ง พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ แทน ตั้งแต่ 18 ตุลาคม 2559 ส่วน ส.ข. ไม่มีการแต่งตั้งขึ้นใหม่แทนชุดที่หมดวาระ อีกทั้งต่อมา ในพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2562 ก็กำหนดมิให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับสภาเขตมาใช้ กทม.จึงไม่มีส.ข.มาจนถึงปัจจุบัน
โดยจะเห็นว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯ บางราย ชูการ ‘ฟื้นส.ข.’ เป็นหนึ่งในนโยบาย อาทิ ดร. มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ซึ่งคว้าชัยเป็นอันดับ 2 แต่คะแนนไม่ถึงกับ ‘หายใจรดต้นคอ’

ส่องอำนาจ ‘ประธานสภากทม.’
สำหรับ บทบาทของ ‘ประธานสภากรุงเทพมหานคร’ ทำหน้าที่และมีอำนาจในการดำเนินกิจการของสภากรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภากรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้
- ดำเนินกิจการของสภาให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภา
- เป็นประธานของที่ประชุม
- กำกับดูแลงานในสภา
- รักษาระเบียบและความสงบเรียบร้อยในสภา
- เป็นผู้แทนสภาในกิจการภายนอก
- หน้าที่และอำนาจตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือประกาศอื่นกำหนดไว้

ประธานสภากทม. ต้องถูกเลือกโดย ส.ก.
วาระละ 2 ปี ยกเว้น ‘ขาดจาก ส.ก.-ลาออก-โดนเข้าชื่อเลือกใหม่’
ปัจจุบัน ประธานสภากรุงเทพมหานครและรองประธานสภากรุงเทพมหานคร มาจากการเลือกโดย ส.ก. โดยเลือกประธานสภากทม.ได้ 1 คน และรองประธานสภากทม. ได้ไม่เกิน 2 คน
ประธานสภาและรองประธานสภากทม. ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก และมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
ทั้งประธานสภาและรองประธานสภากรุงเทพมหานครอาจพ้นตำแหน่งก่อนคราวละ 2 ปี ได้ในกรณี ขาดจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ลาออก หรือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้งหมด เข้าชื่อเสนอญัตติให้สภากรุงเทพมหานคร เลือกตั้งประธานสภาหรือรองประธานสภากรุงเทพมหานครใหม่ และสภากรุงเทพมหานครมีมติตามนั้น ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้งหมด โดยให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อได้มีการเลือกตั้งประธานสภาหรือรองประธานสภา กรุงเทพมหานครคนใหม่แล้วแต่กรณี และให้ผู้ได้รับเลือกตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งตามวาระของผู้ซึ่งตายแทน



