‘รมว.ท่องเที่ยวฯ’ ตั้งคณะทำงาน ดันนโยบายท่องเที่ยว ดึง เอกชนร่วมกรอ.เสนอความ เดินหน้ามาตรการท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง
เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 1 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ เจริญพันธุ์วรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ว่า ขณะนี้ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะ โดยทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ด้านการท่องเที่ยวและ SMEs ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน เพื่อทำงานให้สอดประสานไปกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนไปแล้ว
ทั้งนี้ คณะทำงานฯ มีกำหนดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนภายในสัปดาห์หน้า เพื่อสรุปรายละเอียดมาตรการทั้งหมดและนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการ กรอ. ด้านการท่องเที่ยวฯและเสนอรัฐบาลพิจารณาอนุมัติต่อไป
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จุดประสงค์ของการตั้งคณะทำงาน คือการดึงภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมกำหนดนโยบายของภาครัฐตามนโยบายของนายกฯ โดยเปิดกว้างให้ทุกสมาคมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สมาคมมัคคุเทศก์ สมาคมโรงแรม และสมาคมผู้ประกอบการเดินรถ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ ในการระดมความคิดเห็นและให้มั่นใจว่ามาตรการที่ออกมาจะตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
รมว.ท่องเที่ยว กล่าวว่า สำหรับแนวทางการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่จะนำเสนอต่อกรอ.ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนค่าอาหารหรือที่พัก แต่ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว เช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการรถบัส เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ที่ครอบคลุมมิติการเดินทางของนักท่องเที่ยว และจะหารือถึงความเหมาะสมของจำนวนสิทธิและสัดส่วนมูลค่าสิทธิประโยชน์ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองหลัก เมืองรอง และดูความจำเป็นในการกระตุ้นเดินทางในวันธรรมดา วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิ์ได้ง่ายขึ้นฯ นอกจากนี้ตนให้นโยบายกับกระทรวงท่องเที่ยวว่าฯการทำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ไม่มีนโยบายสร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ เพื่อลงทะเบียน แต่ประชาชนสามารถใช้แอพพ์เดิมที่คุ้นเคยและใช้งานได้ดี เพื่อป้องกันความสับสน ซึ่งอาจจะมีการให้บริการผ่านแอพพ์เป๋าตัง เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับและใช้สิทธิ์ เป็นต้น



