พริษฐ์ จี้ โสภณ นัดถกวิป 3 ฝ่าย บรรจุวาระแก้ รธน.รายมาตราสัปดาห์หน้า สงสัย ปธ.รัฐสภา หวังปิดช่อง ปชน.ยื่นสอย ป.ป.ช.ปม “ศักดิ์สยาม” หรือไม่ ?
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีจะมีการชะลอวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อรอร่างของภาคประชาชนจะยิ่งเข้ามาว่า เรื่องนี้เป็นการหารือร่วมกันกับวิรัฐบาล ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า เราอยากเห็นร่างของภาคประชาชน ถูกพิจารณาพร้อมกันกับร่างของพรรคการเมือง
ซึ่งขณะนี้ข้อถกเถียงในเรื่องรูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ควรจะมีเสียงของภาคประชาชนเข้ามาอยู่ในการพิจารณา และกังวลว่า หากเราพิจารณาร่างของพรรคการเมืองก่อนจะมีความลักลั่น ซึ่งทันทีที่ร่างของภาคประชาชน รวบรวมรายชื่อได้ครบ 50,000 คน และผ่านขั้นตอนทางธุรการทั้งหมด เชื่อว่า หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคม จะสามารถพิจารณาได้ทันที
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา คือควรเรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า เราจะพิจารณาร่างของพรรคการเมือง และของภาคประชาชนพร้อมกัน และควรคุยกันต่อว่า หลังจากที่มีการกำหนดวันประชุมเดิมไว้วันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ จะใช้วันดังกล่าวประชุมวาระอะไร เพราะขณะนี้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราค้างอยู่หลายฉบับ ซึ่งเราสามารถทำคู่ขนานกันได้ ซึ่งมีทั้งร่างของภาคประชาชน ร่างของพรรคภูมิใจไทย และร่างของพรรคประชาชน ดังนั้นจึงเสนอว่า ควรใช้ประโยชน์จากการนัดประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาร่างดังกล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ร่างที่สามารถพิจารณาได้ทันตามกรอบเวลาคือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ที่พรรคประชาชนยื่น สาระสำคัญคือ ป้องกันไม่ให้รัฐบาล กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.สามารถฮั้วกันได้ ด้วยการดุลพินิจของประธานรัฐสภา เกี่ยวกับการตัดสินใจส่งคำร้องจากสมาชิกรัฐสภา ในการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตนจึงตั้งคำถามว่า สาเหตุที่ไม่ยอมมาหารือ เป็นเพราะไม่ต้องการให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้รับการพิจารณาในรัฐสภาหรือไม่ เพราะเป็นการตัดอำนาจ ปัดตกคำร้องของพรรคประชาชนเกี่ยวกับกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เมื่อถามว่า การชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้พรรคประชาชนถูกมองว่า ไม่อยากจะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะมีใครคิด เพราะเป็นการตกลงร่วมกันของทุกฝ่าย

