“พริษฐ์” เล็งถกวิปฝ่ายค้านสัปดาห์หน้า หาข้อสรุปจุดยืน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ชี้ ยังเป็นฉบับเลือกปฏิบัติ ย้ำ ต้องไม่เหมารวมคดีทุจริต-ฮั้วสว.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่จะไม่มีการนิรโทษกรรมคดี 112 ว่า เรื่องนี้จะมีการหารืออย่างเป็นทางการในที่ประชุมพรรคฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า ซึ่งพรรคประชาชนได้ตั้งคำถามและได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขบางประการของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ว่า เป็นร่างฯ ที่เลือกปฏิบัติ คือไม่ปฏิบัติอย่างทัดเทียมกันกับทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองที่ผ่านมา เข้าใจว่าที่ ส.ว.แก้ไขนั้น อาจทำให้เป็นการเลือกปฏิบัติมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ หรือเปิดกว้างน้อยกว่าเดิม เมื่อเทียบกับฉบับ ส.ส. ดังนั้นเราต้องหารือกันว่าจะแสดงออกอย่างไร แต่ที่จริงจุดยืนเชิงหลักการเราชัดเจนมาตลอด และยังคงเป็นเช่นเดิม เพียงแค่พอมีการส่งกลับมาแล้วเราจะลงมติอย่างไรก็ต้องหารือภายในพรรคก่อน ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยยืนยันร่างกลับไปนั้นก็เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย
นายพริษฐ์กล่าวว่า ความจริงจุดยืนเราชัดเจนมาตลอด ตั้งแต่ในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ว่าต้องไม่รวมคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งแน่นอนว่าการฮั้ว ส.ว.ก็เป็นประเภทหนึ่งของการทุจริต ถ้าย้อนไปดูตอนที่เราเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคประชาชน เราก็ไม่ได้ใช้วิธีการที่มีบัญชีแนบท้าย แต่ใช้วิธีการพิจารณาเป็นรายกรณี ว่าเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองหรือไม่ แล้วเราก็เขียนข้อยกเว้นไว้ชัดเจนว่า จะต้องไม่รวมการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งการใช้กลไกบัญชีแนบท้ายความจริงเป็นข้อเสนอของพรรคการเมืองอื่น หรือกรรมาธิการเสียงข้างมากในสภา ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าการเขียนบัญชีแนบท้ายเพื่อป้องกันไม่ให้รวมกรณีการนิรโทษกรรมการฮั้ว ส.ว.ด้วย แต่รัดกุมหรือไม่ อย่างไร ต้องถามกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ตัดสินใจใช้วิธีการแบบนี้
“ย้ำขีดเส้นใต้ 100 ครั้ง ว่าจุดยืนของพรรคประชาชน ยืนยันมาตลอดว่าการนิรโทษกรรมต้องไม่รวมถึงคดีทุจริต ซึ่งก็รวมถึงต้องไม่มีการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว ส.ว. ความจริงก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เราตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตอนนี้กำลังพิจารณาคดีดังกล่าว รวมถึงการทำงานของ DSI ด้วย ว่าคดีในฝั่งของ DSI นั้นจะเดินหน้าคู่ขนานหรือไม่ อย่างไร กับการพิจารณาของ กกต.” นายพริษฐ์กล่าว



